ในยุคที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า “ออฟฟิศที่ดี” ไม่ได้วัดจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือพื้นที่ที่ช่วยสนับสนุนทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และประสบการณ์การทำงานของพนักงาน หรือที่เรียกว่า Workplace Well-being
แนวคิดนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ Workplace ยุคใหม่ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการสร้าง Employee Experience ที่ดี เพิ่ม Productivity และรักษาพนักงานคุณภาพไว้ในระยะยาว
หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ Empathy-Driven Workplace Design หรือการออกแบบพื้นที่ทำงานที่เริ่มต้นจาก “ความเข้าใจพฤติกรรมของคนทำงานจริง” ไม่ใช่เพียงการออกแบบเพื่อความสวยงามหรือทำตามเทรนด์
KOKUYO Thailand ในฐานะ Workplace Consulting และ Workstyle Solution Provider จากญี่ปุ่น นำแนวคิด Human-Centric Workplace มาประยุกต์ใช้กับบริการออกแบบสำนักงานและ Workplace Strategy เพื่อช่วยให้องค์กรสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและผู้คนไปพร้อมกัน
Key Takeaways
- Workplace Well-being คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และประสบการณ์การทำงานของพนักงาน
- Empathy-Driven Workplace Design คือการออกแบบออฟฟิศโดยเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมจริงของผู้ใช้งาน
- Workplace ที่ดีส่งผลต่อ Employee Engagement, Productivity และ Employee Retention ในระยะยาว
- Human-Centric Workplace ไม่ได้เริ่มจากเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจาก Workplace Analysis และ Employee Insight
- KOKUYO Thailand นำประสบการณ์ด้าน Workplace Solution กว่า 122 ปีจากญี่ปุ่น มาพัฒนาแนวทาง Workplace Design ที่เหมาะกับองค์กรไทย

Workplace Well-being คืออะไร? ทำไมองค์กรยุคใหม่จึงให้ความสำคัญมากขึ้น
Workplace Well-being คือแนวคิดการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ช่วยสนับสนุนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และประสบการณ์การทำงานของพนักงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ในอดีต หลายองค์กรอาจมองว่า Well-being เป็นเพียงเรื่องของสวัสดิการหรือพื้นที่พักผ่อน แต่ปัจจุบันแนวคิดนี้ขยายไปสู่การออกแบบ Workplace ทั้งระบบ ตั้งแต่ Space Planning ไปจนถึง Employee Experience
เนื่องจากรูปแบบการทำงานยุคใหม่ทำให้พนักงานต้องเผชิญกับ
- ความเครียดจากการทำงานต่อเนื่อง
- ภาวะ Burnout
- การประชุมจำนวนมาก
- การขาดสมาธิในการทำงาน
- ความไม่สมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว
สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อทั้ง Productivity และ Employee Retention ขององค์กร
ด้วยเหตุนี้ Workplace Design จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุน Well-being ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เข้าใจพฤติกรรมของคนทำงานจริง
Empathy-Driven Workplace Design คืออะไร?
Empathy-Driven Workplace Design คือแนวคิดการออกแบบออฟฟิศที่เริ่มต้นจาก “ความเข้าใจผู้ใช้งาน” โดยวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงาน ความต้องการ และ Pain Point ของพนักงานก่อนเริ่มออกแบบพื้นที่
แทนที่จะเริ่มจากคำถามว่า
“ออฟฟิศควรสวยแบบไหน”
แนวคิดนี้จะเริ่มจากคำถามว่า
- พนักงานทำงานแบบใดมากที่สุด
- ทีมไหนต้องการสมาธิ
- ทีมไหนต้องการ Collaboration
- พื้นที่แบบใดช่วยลดความเครียด
- Workplace แบบใดช่วยให้คนอยากเข้ามาทำงาน
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับ Human-Centric Workplace ซึ่งมองว่า “คน” คือศูนย์กลางของการออกแบบพื้นที่ทำงาน
| หัวข้อ | Traditional Office | Empathy-Driven Space (แนวทางของ KOKUYO) |
| รูปแบบโต๊ะทำงาน | Fixed Desk โต๊ะประจำ นั่งที่เดิมตลอดวัน | Hot Desk พื้นที่ยืดหยุ่น เลือกที่นั่งได้ตามลักษณะงาน |
| พื้นที่ส่วนกลาง | แคนทีน หรือ ห้องประชุมแบบทางการ | โซนพักผ่อน คาเฟ่ หรือ Collaboration Space |
| การรองรับสรีระ | เฟอร์นิเจอร์มาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน | เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ Ergonomic ปรับระดับได้ตามสรีระ |
| กระบวนการออกแบบ | เน้นงบประมาณและสุนทรียภาพ | เริ่มจาก Workplace Survey ก่อนเสมอ |
| ผลลัพธ์ต่อพนักงาน | ทำงานแบบ Routine เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Burnout | เกิดความคิดสร้างสรรค์ รู้สึกผ่อนคลายจากการมี Well-being ที่ดี |
Workplace ที่ดีส่งผลต่อ Employee Experience อย่างไร
Employee Experience ไม่ได้เกิดจากวัฒนธรรมองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง “ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานทุกวัน”
Workplace ที่ออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้พนักงาน
- มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น
- ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
- รู้สึกผ่อนคลายระหว่างวัน
- สื่อสารและทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
- รู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กร
ในขณะที่ Workplace ที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงาน อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ความเหนื่อยล้า และ Burnout ได้ง่ายขึ้น
ด้วยเหตุนี้ องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มมอง Workplace Design เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน Employee Engagement และ Employee Retention มากขึ้นค์กรยุคใหม่จึงเริ่มมอง Workplace Design เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน Employee Engagement และ Employee Retention มากขึ้น

4 แนวทางการออกแบบ Workplace เพื่อสร้าง Well-being

1. ออกแบบพื้นที่ให้รองรับหลายรูปแบบการทำงาน (Activity-Based Working)
พนักงานแต่ละคนไม่ได้ใช้พื้นที่แบบเดียวกันตลอดทั้งวัน บางช่วงต้องการสมาธิ บางช่วงต้องการประชุมหรือทำงานร่วมกับทีม แนวคิด Activity-Based Working จึงเน้นการสร้างพื้นที่หลากหลาย เช่น
- Focus Space
- Collaboration Space
- Quiet Zone
- Informal Meeting Area
- Lounge Space
เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับลักษณะงานในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างยืดหยุ่น

2. ใช้ Ergonomic Furniture เพื่อสนับสนุนสุขภาพระยะยาว
Ergonomic Workplace เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ Workplace Well-being
เฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เช่น
- เก้าอี้รองรับสรีระ
- โต๊ะปรับระดับ
- Workstation ที่รองรับการนั่งทำงานระยะยาว
ช่วยลดความเมื่อยล้าและอาการ Office Syndrome ที่เกิดจากพฤติกรรมการทำงานในระยะยาว

3. ผสานธรรมชาติเข้ากับ Workplace ผ่าน Biophilic Design
Biophilic Design คือแนวคิดการเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับพื้นที่ทำงาน ผ่านองค์ประกอบต่างๆ เช่น
- แสงธรรมชาติ
- พื้นที่สีเขียว
- วัสดุธรรมชาติ
- การระบายอากาศ
- มุมพักผ่อน
แนวคิดนี้ช่วยลดความเครียดและสร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายมากขึ้น
ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับ Biophilic Workplace เพราะช่วยสนับสนุนทั้ง Well-being และ Productivity ไปพร้อมกันน

4. สร้าง Inclusive Workplace สำหรับทุกคน
Inclusive Workplace คือการออกแบบพื้นที่ที่รองรับความแตกต่างของพนักงานแต่ละกลุ่ม ทั้งด้านพฤติกรรม วัฒนธรรม และความต้องการเฉพาะบุคคล
ตัวอย่างเช่น
- Quiet Room
- Wellness Area
- Nursing Room
- Flexible Workspace
- Universal Design
แนวคิดนี้ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีพื้นที่ในองค์กร และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ Workplace ได้มากขึ้น
จากเฟอร์นิเจอร์สำนักงานสู่ Workplace Consulting แนวทางของ KOKUYO Thailand
KOKUYO ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1905 และพัฒนาจากผู้ผลิตเครื่องเขียนสู่ Workplace Solution Provider ที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย KOKUYO Thailand ดำเนินงานมากว่า 22 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนา Workplace ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านธุรกิจและประสบการณ์ของพนักงาน แนวทางของ KOKUYO ไม่ได้เริ่มจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการนำข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดมาพัฒนาเป็น Workplace Design และ Design & Build Solution ที่เหมาะกับแต่ละองค์กร
บริการของ KOKUYO Thailand ครอบคลุมตั้งแต่
- เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
- รับออกแบบตกแต่งออฟฟิศ
- Fit-out Services
- End to End Services
เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workplace Experience ที่ดีได้อย่างครบวงจร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Workplace Well-being
Workplace Well-being สำคัญต่อองค์กรอย่างไร?
Workplace Well-being ส่งผลต่อทั้ง Productivity, Employee Engagement และ Employee Retention เพราะพนักงานที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีมักสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความผูกพันกับองค์กรมากขึ้น
การออกแบบออฟฟิศช่วยลด Burnout ได้จริงหรือ?
สามารถช่วยได้ เพราะ Workplace ที่รองรับทั้งการโฟกัส การพักผ่อน และการทำงานร่วมกัน ช่วยลดความเครียดสะสมและสร้างสมดุลในการทำงานได้ดีขึ้น
Empathy-Driven Workplace แตกต่างจากออฟฟิศทั่วไปอย่างไร?
Empathy-Driven Workplace เริ่มต้นจากการเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งานจริง ไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามของพื้นที่ แต่เน้นการสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดีในระยะยาว
Workplace Survey คืออะไร?
Workplace Survey คือกระบวนการสำรวจพฤติกรรมการทำงาน การใช้พื้นที่ และ Pain Point ของ
สรุป
Workplace Well-being ไม่ใช่เพียงเทรนด์ของการออกแบบออฟฟิศ แต่เป็นแนวคิดที่ช่วยให้องค์กรสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนทั้งสุขภาพ ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ของพนักงานในระยะยาว
Empathy-Driven Workplace Design จึงกลายเป็นแนวทางสำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ต้องการสร้าง Human-Centric Workplace ซึ่งเข้าใจทั้งพฤติกรรมการทำงานและความต้องการของผู้คนจริงๆ
ด้วยประสบการณ์ด้าน Workplace Solution กว่า 122 ปีจากญี่ปุ่น และการดำเนินงานในประเทศไทยมากกว่า 22 ปี KOKUYO Thailand มุ่งมั่นในการพัฒนา Workplace Consulting และ End-to-End Workplace Services ที่ช่วยให้องค์กรสร้างพื้นที่ทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและผู้คนไปพร้อมกัน
หากต้องการวางแผน Workplace Strategy หรือออกแบบออฟฟิศที่เริ่มต้นจากความเข้าใจผู้ใช้งาน ทีมผู้เชี่ยวชาญของ KOKUYO Thailand พร้อมให้คำแนะนำ Design and Build สำหรับทุกขนาดองค์กร



