Space Utilization และ Workstyle Analysis: วิธีวิเคราะห์การใช้พื้นที่สำนักงานด้วยข้อมูลจริง ก่อนตัดสินใจขยายหรือย้าย

Facebook
Twitter

Key Takeaway

  • Space Utilization คือการวัดว่าพื้นที่สำนักงานถูกใช้งานจริงมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด เพื่อประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการใช้พื้นที่
  • การวิเคราะห์ร่วมกับ Workstyle Analysis ช่วยให้องค์กรเข้าใจทั้งรูปแบบการทำงานและการใช้พื้นที่จริง ทำให้สามารถออกแบบสำนักงานได้ตรงกับความต้องการของพนักงาน
  • Utilization Rate ที่เหมาะสมโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 60–70% หากต่ำกว่านี้ควรพิจารณาปรับผังหรือรูปแบบการใช้งานพื้นที่ก่อนตัดสินใจขยายหรือย้ายสำนักงาน
  • การเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4–6 สัปดาห์จากระบบจองห้องประชุม ระบบเข้า-ออกอาคาร การสำรวจพื้นที่ หรือเซนเซอร์ จะช่วยให้เห็นพฤติกรรมการใช้งานจริงและนำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ

หลายองค์กรกำลังเผชิญคำถามสำคัญว่า “ถึงเวลาขยายหรือย้ายออฟฟิศแล้วหรือยัง?” เมื่อเริ่มพบว่าห้องประชุมไม่เพียงพอ พนักงานหาที่นั่งทำงานได้ยาก หรือพื้นที่บางส่วนดูแออัดในบางช่วงเวลา หลายบริษัทจึงตัดสินใจเพิ่มพื้นที่หรือย้ายสำนักงานทันที อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากพื้นที่ไม่เพียงพอเสมอไป แต่เกิดจากการจัดสรรและการใช้พื้นที่เดิมที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ

การขยายหรือย้ายสำนักงานถือเป็นการลงทุนที่มีผลต่อทั้งต้นทุน ค่าเช่าระยะยาว ประสิทธิภาพการทำงาน และประสบการณ์ของพนักงาน หากตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว องค์กรอาจลงทุนเกินความจำเป็น ในทางกลับกัน การใช้ข้อมูลจาก Workplace Analysis, Workstyle Analysis และ Space Utilization Analysis จะช่วยให้องค์กรมองเห็นภาพการใช้งานพื้นที่จริง เข้าใจพฤติกรรมการทำงานของพนักงาน และสามารถวางแผนการออกแบบสำนักงานได้อย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน

Space Utilization คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกับธุรกิจ

Space Utilization คือการวิเคราะห์ว่าพื้นที่สำนักงานแต่ละส่วนถูกใช้งานจริงมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินความคุ้มค่าของต้นทุนพื้นที่และช่วยให้การจัดสรรพื้นที่สอดคล้องกับการใช้งานจริง

ในปัจจุบัน หลายองค์กรนำแนวคิดนี้มาใช้ควบคู่กับ Workplace Strategy เนื่องจากรูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะหลังการเติบโตของ Hybrid Working ที่ทำให้จำนวนพนักงานที่เข้าออฟฟิศในแต่ละวันไม่เท่ากัน พื้นที่ที่เคยถูกออกแบบให้รองรับพนักงานทุกคนพร้อมกัน อาจไม่ได้ตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบันอีกต่อไป

การวิเคราะห์ Space Utilization จึงช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนค่าเช่าที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์พนักงานมากขึ้น

Workstyle Analysis คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Space Utilization อย่างไร

แม้ว่าการวิเคราะห์การใช้พื้นที่จะเป็นข้อมูลสำคัญ แต่การดูเพียงตัวเลขการใช้งานอาจยังไม่เพียงพอ องค์กรควรวิเคราะห์ Workstyle Analysis ควบคู่กัน เพื่อทำความเข้าใจว่าพนักงานใช้เวลาทำงานในลักษณะใด และพื้นที่แบบใดที่สนับสนุนการทำงานได้ดีที่สุด

Workstyle Analysis คือการศึกษารูปแบบการทำงานของพนักงาน เช่น การทำงานแบบ Focus Work การประชุม การทำงานร่วมกัน (Collaboration) การทำงานแบบ Hybrid Working การพบลูกค้า หรือการทำงานนอกสถานที่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง

ตัวอย่างเช่น หากผลการวิเคราะห์พบว่าพนักงานส่วนใหญ่เข้าออฟฟิศเพียง 2–3 วันต่อสัปดาห์ การจัดโต๊ะประจำสำหรับทุกคนอาจไม่ใช่แนวทางที่มีประสิทธิภาพ การปรับมาใช้ Flexible Workspace หรือ Activity-Based Working อาจช่วยลดพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานและเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานได้มากกว่า

เมื่อ Workstyle Analysis ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับ Space Utilization องค์กรจะเข้าใจทั้ง “คนทำงานอย่างไร” และ “พื้นที่ถูกใช้อย่างไร” ซึ่งนำไปสู่การออกแบบ Workplace ที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและพนักงาน

Space Utilization แตกต่างจาก Occupancy อย่างไร

หลายคนมักสับสนระหว่าง Occupancy และ Space Utilization แม้ว่าทั้งสองคำจะเกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่สำนักงาน แต่มีความหมายแตกต่างกัน

Occupancy เป็นการวัดจำนวนคนที่เข้าใช้งานพื้นที่ในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น จำนวนที่นั่งที่มีคนใช้งานในเวลา 10.00 น. หรือจำนวนพนักงานที่เข้ามาในอาคารในแต่ละวัน

ในขณะที่ Space Utilization เป็นการประเมินว่าพื้นที่ทั้งหมดของสำนักงานถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยพิจารณาทั้งความถี่ในการใช้งาน ประเภทของพื้นที่ และความเหมาะสมของการจัดสรรพื้นที่

ดังนั้น การใช้ข้อมูลทั้ง Occupancy, Space Utilization และ Workstyle Analysis ร่วมกัน จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนการใช้พื้นที่ได้อย่างแม่นยำกว่าการพิจารณาจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว

4 สัญญาณที่บ่งชี้ว่า Space Utilization ของสำนักงานยังไม่มีประสิทธิภาพ

  • โต๊ะทำงานประจำจำนวนมากว่างตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการทำงานแบบ Hybrid Working สะท้อนว่าระบบ Assigned Desk อาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานในปัจจุบัน
  • ห้องประชุมถูกจองไว้แต่ไม่มีการใช้งานจริง (Ghost Meeting) หรือมีการใช้ห้องประชุมขนาดใหญ่สำหรับการประชุมเพียง 2–3 คน ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า
  • พื้นที่บางโซนมีผู้ใช้งานหนาแน่น ขณะที่บางพื้นที่แทบไม่มีการใช้งานเลย แสดงให้เห็นว่าการจัด Layout ยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจริง และควรนำ Heat Map หรือข้อมูลการใช้งานพื้นที่มาวิเคราะห์เพิ่มเติม
  • ค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่ต่อพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจำนวนพนักงานที่เข้าออฟฟิศจริงจะลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าองค์กรกำลังแบกรับต้นทุนพื้นที่ที่เกินความจำเป็น

พื้นที่สำนักงานส่วนใดควรวิเคราะห์ Space Utilization

การวิเคราะห์การใช้พื้นที่ควรครอบคลุมพื้นที่หลักทั้งหมดของสำนักงาน ไม่ใช่เฉพาะโต๊ะทำงาน เพราะแต่ละพื้นที่มีวัตถุประสงค์และรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน

พื้นที่ที่ควรเก็บข้อมูล ได้แก่ พื้นที่ทำงาน (Workstation) ห้องประชุมทุกขนาด พื้นที่ประชุมแบบเปิด พื้นที่ทำงานเงียบ (Focus Area) พื้นที่ Collaboration, Pantry, Lounge, Phone Booth รวมถึงพื้นที่ต้อนรับลูกค้า

การวิเคราะห์แต่ละพื้นที่แยกกันจะช่วยให้องค์กรทราบว่าพื้นที่ใดมีความต้องการสูง พื้นที่ใดใช้งานต่ำ และสามารถปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงได้มากขึ้น


วิธีวิเคราะห์พื้นที่สำนักงาน

วิธีวิเคราะห์การใช้พื้นที่สำนักงาน (Workplace Analysis)

การวิเคราะห์การใช้พื้นที่สำนักงานอย่างเป็นระบบประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การเก็บข้อมูลการใช้งานจริง การคำนวณอัตราการใช้พื้นที่ และการวิเคราะห์รูปแบบการทำงานของพนักงาน เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการตัดสินใจในการปรับผัง ขยาย หรือย้ายสำนักงาน

เก็บข้อมูลการใช้งานพื้นที่จริง (Occupancy Data)

องค์กรควรเก็บข้อมูลว่าพื้นที่แต่ละประเภทถูกใช้งานเมื่อใด ใช้งานบ่อยเพียงใด และมีจำนวนผู้ใช้งานจริงเท่าไร โดยสามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ระบบจองห้องประชุม ระบบเข้า-ออกอาคาร ข้อมูล Wi-Fi เซนเซอร์ตรวจจับการใช้งานพื้นที่ หรือการสำรวจพื้นที่ตามช่วงเวลา

การใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งร่วมกันจะช่วยลดความคลาดเคลื่อน และสะท้อนพฤติกรรมการใช้งานจริงของพนักงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น

คำนวณอัตราการใช้พื้นที่ (Utilization Rate)

เมื่อมีข้อมูลแล้ว สามารถคำนวณ Utilization Rate โดยเปรียบเทียบพื้นที่หรือจำนวนที่นั่งที่ถูกใช้งานจริงกับพื้นที่ทั้งหมด พร้อมวิเคราะห์แยกตามประเภทพื้นที่ เช่น โต๊ะทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อค้นหาว่าพื้นที่ใดถูกใช้งานมากเกินไป หรือพื้นที่ใดมีการใช้งานต่ำกว่าที่ควร

วิเคราะห์รูปแบบการทำงานของพนักงาน (Workstyle Analysis)

นอกจากการดูจำนวนผู้ใช้งานแล้ว ควรวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานของแต่ละทีม เช่น จำนวนวันที่เข้าออฟฟิศต่อสัปดาห์ ประเภทของกิจกรรมที่เกิดขึ้น และช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรกำหนดจำนวนโต๊ะทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่ส่วนกลางได้สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากขึ้น

ตัวชี้วัดความหมายเกณฑ์อ้างอิงทั่วไป
Occupancy Rateสัดส่วนที่นั่งถูกใช้งานจริง60–70%
Utilization Rateประสิทธิภาพการใช้พื้นที่วิเคราะห์รายพื้นที่
Peak Utilizationการใช้งานช่วงหนาแน่นที่สุดใช้วางแผนจำนวนที่นั่ง
Meeting Room Usageการใช้ห้องประชุมวิเคราะห์ร่วมกับขนาดห้อง

ตัวอย่างการวิเคราะห์ Space Utilization

ตัวอย่างเช่น องค์กรแห่งหนึ่งพบว่าพนักงานมักร้องเรียนว่าห้องประชุมไม่เพียงพอ แต่เมื่อเก็บข้อมูลจริงกลับพบว่าห้องประชุมขนาดใหญ่จำนวนมากถูกใช้งานโดยการประชุมเพียง 2–3 คน และมีการจองห้องแต่ไม่ได้ใช้งานจริงเป็นจำนวนมาก

เมื่อองค์กรปรับนโยบายการจองห้อง เพิ่มพื้นที่ประชุมขนาดเล็ก และปรับการจัดสรรพื้นที่ใหม่ ก็สามารถรองรับการใช้งานได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องสร้างห้องประชุมเพิ่มหรือขยายสำนักงาน


ขยายพื้นที่ ออกแบบสำนักงาน

ขยายหรือย้ายออฟฟิศ? ใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ

หากข้อมูล Space Utilization ต่ำกว่า 60% อย่างต่อเนื่อง องค์กรควรพิจารณาปรับผังสำนักงานเดิมก่อน เนื่องจากยังมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

แต่หาก Utilization สูงกว่า 80% ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด และพื้นที่เดิมไม่สามารถรองรับการทำงานได้อย่างเหมาะสม การขยายหรือย้ายสำนักงานจึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

การใช้ข้อมูลจริงช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่อาศัยเพียงความรู้สึก และทำให้องค์กรสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

ข้อดีของการปรับผังก่อนย้าย

การปรับผังพื้นที่ช่วยลดต้นทุนในการลงทุน สามารถทดลองรูปแบบการทำงานใหม่ได้อย่างยืดหยุ่น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องขยายสำนักงานทันที อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้อาจมีข้อจำกัดหากองค์กรมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือพื้นที่เดิมมีข้อจำกัดด้านโครงสร้าง

ข้อดีของการขยายหรือย้ายสำนักงาน

การขยายหรือย้ายสำนักงานช่วยรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาว เปิดโอกาสให้ออกแบบพื้นที่ใหม่ได้อย่างเหมาะสม และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับทั้งพนักงานและผู้มาเยือน อย่างไรก็ตาม การลงทุนลักษณะนี้ต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินงานมากกว่า จึงควรตัดสินใจจากข้อมูลการวิเคราะห์ที่ชัดเจน

สรุป

การวิเคราะห์ Space Utilization เพียงอย่างเดียวอาจบอกได้ว่าพื้นที่ถูกใช้งานมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อวิเคราะห์ร่วมกับ Workstyle Analysis และ Workplace Analysis องค์กรจะเข้าใจทั้งรูปแบบการทำงาน พฤติกรรมของพนักงาน และประสิทธิภาพของพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนปรับผังสำนักงาน ลดต้นทุนค่าเช่า เพิ่มประสบการณ์ของพนักงาน และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าจะปรับปรุง ขยาย หรือย้ายสำนักงานเมื่อใด เพื่อให้การลงทุนด้าน Workplace สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Utilization Rate ที่เหมาะสมของออฟฟิศควรอยู่ที่เท่าไร

โดยทั่วไป Utilization Rate ที่เหมาะสมมักอยู่ที่ประมาณ 60–70% ซึ่งเป็นระดับที่แสดงว่าพื้นที่ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า โดยยังคงความสะดวกสบายในการทำงาน

Space Utilization แตกต่างจาก Occupancy อย่างไร

Occupancy เป็นการวัดจำนวนผู้ใช้งานพื้นที่ในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วน Space Utilization เป็นการประเมินประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ทั้งหมด จึงควรวิเคราะห์ทั้งสองข้อมูลร่วมกันเพื่อให้เห็นภาพการใช้พื้นที่อย่างครบถ้วน

ต้องใช้เครื่องมืออะไรในการเก็บข้อมูลการใช้พื้นที่

องค์กรสามารถเริ่มจากการสำรวจพื้นที่ ระบบจองห้องประชุม ระบบเข้า-ออกอาคาร หรือข้อมูลจาก Wi-Fi และเซนเซอร์ หากต้องการข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น สามารถใช้ Workplace Analytics Platform เพื่อช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้

ควรเก็บข้อมูลนานแค่ไหนก่อนตัดสินใจ

ควรเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นรูปแบบการใช้งานจริงในแต่ละรอบสัปดาห์ และหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดหรือกิจกรรมพิเศษที่อาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน

บริษัทขนาดเล็กจำเป็นต้องทำ Space Utilization Analysis หรือไม่

จำเป็น เพราะการวิเคราะห์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้องค์กรมองเห็นแนวโน้มการใช้พื้นที่ วางแผนการเติบโต และหลีกเลี่ยงการลงทุนด้านพื้นที่ที่เกินความจำเป็นในอนาคต

หากองค์กรของคุณกำลังวางแผนปรับปรุง ขยาย หรือย้ายสำนักงาน การเริ่มต้นด้วย Workplace Analysis, Workstyle Analysis และ Space Utilization Analysis จะช่วยให้ทุกการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริง ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และสร้างพื้นที่ทำงานที่รองรับทั้งการทำงานในปัจจุบันและการเติบโตขององค์กรในอนาคต

KOKUYO พร้อมให้บริการ Workplace Consulting, Workstyle Analysis และ Space Utilization Analysis เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการทำงานและการใช้พื้นที่ พร้อมนำข้อมูลมาพัฒนา Workplace Strategy และออกแบบสำนักงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจและสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดียิ่งขึ้นสำหรับพนักงานทุกคน

Interested in our product

Leave us your details and our dedicated sales will get back to you as soon as possible

This website uses cookies in order to improve the efficiency of your accessing and using of our website. For more information, please review our Privacy Policy or you can manage your own privacy by clicking on Setting

Privacy Preferences

You can choose your cookies settings by switched on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for strictly necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save