Key Takeaway
- Work Space Planning คือ กระบวนการออกแบบและจัดสรรพื้นที่ในสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พื้นที่ทำงานถูกใช้อย่างเต็มที่และเหมาะสมกับความต้องการของพนักงานและองค์กร
- ประโยชน์ของ Work Space Planning ได้แก่ เกิดการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และยังสะท้อนภาพลักษณ์องค์กร
- Work Space Planning ควรเกิดจากการเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร จากนั้นวิเคราะห์ฟังก์ชัน การใช้งานจริง และงบประมาณ ก่อนร่วมกับทีมออกแบบเพื่อทำการวางแผนจัดสรรพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม
ในยุคการทำงานที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศ การวางแผนพื้นที่ทำงาน (Work Space Planning) จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรต่างให้ความสนใจ เพราะพื้นที่ทำงานที่ดีไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่นั่งทำงาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี สามารถปรับใช้กับ Small Workspace Ideas ได้ บทความนี้จะแนะนำการจัดพื้นที่หรือ Work Space Planning ควรเริ่มต้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในทีมใหญ่และทีมเล็ก เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันและเกิดการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า

ทำความรู้จักกับ Work Space Planning ให้มากขึ้น
Work Space Planning คือ กระบวนการออกแบบและจัดสรรพื้นที่ในสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พื้นที่ทำงานถูกใช้อย่างเต็มที่และเหมาะสมกับความต้องการของพนักงานและองค์กร การวางแผนพื้นที่ทำงานนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดสิ่งรบกวน และสนับสนุนการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังสร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและเหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของบุคคลในองค์กร เพื่อส่งเสริมความพึงพอใจของพนักงานและผลักดันการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
ความสำคัญของ Work Space Planning
Work Space Planning มีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของสำนักงาน ดังนี้
- พื้นที่ทำงานถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดการเสียพื้นที่ไม่จำเป็น และช่วยลดต้นทุนค่าเช่าสถานที่ได้
- สร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและถูกใจพนักงาน ทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- ส่งเสริมการสื่อสารและการทำงานร่วมกันในทีม
- สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อพนักงานและลูกค้าได้อย่างชัดเจน

ประโยชน์ของ Work Space Planning
การวางแผนพื้นที่ทำงาน หรือ Work Space Planning ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจัดโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัวเท่านั้น แต่ยังมอบประโยชน์หลายด้านต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็น
เกิดการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การวางแผนพื้นที่ทำงานหรือ Work Space Planning ช่วยให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ปล่อยให้มีพื้นที่ว่าง ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการขยายสำนักงานหรือย้ายที่ทำงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนการจัดสรรพื้นที่ได้ตามความต้องการจริงของพนักงานและลักษณะการทำงาน ทำให้การใช้ทรัพยากรพื้นที่เหมาะสมและประหยัดต้นทุนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและความพึงพอใจของพนักงานด้วย
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
Work Space Planning ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการทำงาน เช่น การจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม และการแบ่งโซนทำงานที่ตอบสนองความต้องการทั้งการทำงานเดี่ยวและการทำงานร่วมกัน มีการจัดแสงที่เหมาะสมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ซึ่งช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิให้พนักงาน ทำให้การทำงานลื่นไหลและได้ผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้น
ลดการใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง
การทำ Work Space Planning ช่วยลดการใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยให้องค์กรสามารถประเมินและจัดสรรพื้นที่ใช้งานได้เหมาะสม ลดพื้นที่ว่างหรือพื้นที่ที่ถูกใช้งานน้อย ซึ่งทำให้องค์กรลดต้นทุนค่าเช่าสำนักงานและค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการต้องย้ายสำนักงานหรือปรับปรุงพื้นที่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ส่งผลให้องค์กรสามารถนำงบประมาณไปลงทุนในด้านอื่นๆ ได้มากขึ้น
ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
การออกแบบวางแผน Workspace Design ช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีมโดยการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการสื่อสารและการร่วมมือกัน หรือ Collaborative Workspace เช่น การจัดโซนพื้นที่สำหรับการประชุม กลุ่มย่อย และพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่สะดวกสบายและเปิดกว้าง การวางแผนที่ดีช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มพลังและความสามัคคีในทีม ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
สะท้อนภาพลักษณ์องค์กร
ประโยชน์ของการวางแผนพื้นที่ทำงานหรือ Work Space Planning ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรได้อย่างชัดเจนโดยการออกแบบพื้นที่ให้มีความเป็นมืออาชีพ ทันสมัย และสอดคล้องกับค่านิยมขององค์กร
สำนักงานที่มีการจัดวางพื้นที่อย่างเหมาะสมและสวยงามจะสร้างความประทับใจแก่พนักงาน ลูกค้า และผู้มาติดต่อ นอกจากนี้ยังส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่ดี ทำให้พนักงานรู้สึกภาคภูมิใจและสร้างความเชื่อมั่นในองค์กร อีกทั้งยังช่วยดึงดูดพนักงานที่มีคุณภาพและเพิ่มความน่าเชื่อถือขององค์กร

เริ่มต้นวางแผน Work Space Planning ควรเริ่มอย่างไร
ในการวางแผน Work Space Planning เพื่อให้ได้งานออกแบบที่ตรงใจ ตอบโจทย์มากที่สุด สามารถเริ่มต้นได้ดังนี้
พิจารณาจากวัฒนธรรมองค์กรก่อนวางแผนพื้นที่
การพิจารณาวัฒนธรรมองค์กรก่อนวางแผนพื้นที่ทำงานเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยเริ่มจากการประเมินวิธีการทำงานและรูปแบบการสื่อสารภายในองค์กร เช่น การพิจารณาระดับการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ของพนักงาน ความต้องการพื้นที่ส่วนตัว หรือพื้นที่เปิดโล่ง รวมถึงความชอบและความต้องการของพนักงานในแต่ละแผนก จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ในการออกแบบพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยมและลักษณะการทำงานขององค์กร ส่งเสริมประสิทธิภาพและความสุขของพนักงานได้อย่างแท้จริง
คำนึงถึงฟังก์ชัน งบประมาณ การใช้งาน
การเริ่มต้นวางแผน Work Space Planning ควรคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานและงบประมาณโดยเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการจริงขององค์กร เช่น จำนวนพนักงาน ประเภทงาน พื้นที่สำหรับการทำงานแบบเดี่ยวหรือกลุ่ม รวมถึงพื้นที่สำหรับประชุมและผ่อนคลาย จากนั้นจึงกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมสำหรับการจัดซื้อเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่ง และการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรับมือกับข้อจำกัดทางการเงินได้อย่างสมดุล
ขั้นตอนการออกแบบ Work Space Planning
- การปรึกษาเบื้องต้น (Initial Consultation) เริ่มด้วยการพูดคุยรายละเอียดเบื้องต้นกับทีมออกแบบ เพื่อให้ทำความเข้าใจความต้องการ งบประมาณสำหรับโครงการ และข้อมูลพื้นที่ที่ต้องการทำ จากนั้นทีมงานเริ่มสำรวจพื้นที่จริง (Site Survey) พร้อมวิเคราะห์ฟังก์ชันและการสื่อสารแบรนด์ที่คุณต้องการ
- การพัฒนาแบบ (Design Development) จัดทำแผนผังการจัดวางพื้นที่ (Layout Plan) สร้างภาพเรนเดอร์ 3 มิติที่มีรายละเอียดชัดเจน เสนอเฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่เหมาะสม และกำหนดงบประมาณโครงการอย่างละเอียด
- การวางแผนก่อนก่อสร้าง (Pre-Construction Planning) เลือกวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ดำเนินการขออนุญาตและใบอนุมัติที่จำเป็น เตรียมแบบแปลนและเอกสารทางเทคนิค กำหนดตารางเวลาก่อสร้าง ขออนุมัติแบบแปลนจากเจ้าของอาคาร
- การก่อสร้างและติดตั้ง (Construction and Implementation) เตรียมไซต์และเริ่มงานก่อสร้าง ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และระบบเทคนิค เช่น ระบบไฟฟ้าและไอที ตรวจสอบคุณภาพงานอย่างสม่ำเสมอ จัดทำรายงานประจำสัปดาห์
- การตรวจสอบและส่งมอบงาน (Final Inspection and Handover) ตรวจสอบคุณภาพงาน ทบทวนโครงการร่วมกับลูกค้า ส่งมอบเอกสารรับประกัน คู่มือ และข้อมูลการบำรุงรักษา พร้อมให้บริการหลังการขายและดูแลรักษาต่อเนื่อง
ตัวอย่าง Layout Plan ที่น่าสนใจ สำหรับ Work Space Planning จาก KOKUYO
ตัวอย่าง Layout Plan ของ KOKUYO เป็นไอเดียที่ดีในการจัดพื้นที่สำนักงานให้เหมาะกับทั้งการทำงานเดี่ยวและการทำงานเป็นทีม

Office Fit-out
Office Fit-out จาก KOKUYO เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นสำนักงานที่มีฟังก์ชันครบถ้วนและใช้งานได้จริง โดยจะรวมองค์ประกอบสำคัญ เช่น พื้น (Flooring) ระบบแสงสว่าง (Lighting) ผนังกั้น (Partitions) เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) และระบบเครื่องกลไฟฟ้า (M&E)
Layout นี้เน้นการจัดสรรพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการทำงานของพนักงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสะดวกสบาย ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและความพึงพอใจของผู้ใช้พื้นที่สำนักงาน

Office Renovation
ส่วน Office Renovation เป็นการปรับปรุงพื้นที่สำนักงานที่มีอยู่แล้วให้มีรายละเอียดยิ่งขึ้นในด้านของการจัดวางพื้นที่ ฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงาม โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ เลย์เอาต์นี้เน้นการพัฒนาการใช้งานให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานปัจจุบันและอนาคต ปรับปรุงการแบ่งโซนการทำงานให้สามารถรองรับทั้งงานเดี่ยวและงานกลุ่ม รวมถึงเน้นความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่และการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่รองรับความสบายและสุขภาพของพนักงาน ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเพิ่มความน่าสนใจให้กับสำนักงานเดิม
สรุป
Work Space Planning คือกระบวนการออกแบบและจัดสรรพื้นที่สำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้พื้นที่ทำงานถูกใช้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์ทั้งพนักงานและองค์กร การวางแผนที่ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน การใช้พื้นที่ที่ไม่จำเป็น และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพและความพึงพอใจของพนักงาน อีกทั้งยังสะท้อนภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ ขององค์กรได้อย่างชัดเจน
ในการวางแผนพื้นที่สำนักงานที่ดีต้องมีการออกแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ออฟฟิศจำเป็นต้องมี โดย KOKUYO พร้อมรับออกแบบออฟฟิศที่จะผสมผสานความสวยงามเข้ากับการใช้งานได้อย่างลงตัว ยกระดับพื้นที่ทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
การคิด Work Space Planning เป็นการวางแผน จัดสรรพื้นที่ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีคำถามที่พบบ่อยมาฝากกัน
หลักการจัดวาง Workstation มีอะไรบ้าง
หลักการจัดวาง Workstation มีหลักการสำคัญ ได้แก่
- แบบกลุ่ม (Cluster) จัดโต๊ะหลายตัวรวมกันเป็นกลุ่ม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการสื่อสารและทำงานร่วมกัน
- แบบเดี่ยว (Individual) โต๊ะแยกเป็นส่วนตัว เหมาะกับงานที่ต้องการสมาธิและความเป็นส่วนตัว
- แบบส่วนตัวมี Partition ใช้แผงกั้นระหว่างโต๊ะเพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดเสียงรบกวน เหมาะกับงานที่ต้องการความเงียบหรือมีการประชุมภายใน
กฎ 60/40 ในการออกแบบภายในคืออะไร
กฎ 60/40 ในการออกแบบภายในหมายถึงการแบ่งสัดส่วนพื้นที่หรือองค์ประกอบต่างๆ ภายในห้อง โดยใช้พื้นที่ 60% สำหรับพื้นที่ใช้งานหลัก และ 40% สำหรับพื้นที่ส่วนหลังบ้าน (BOH) ซึ่งช่วยให้การจัดสรรพื้นที่เหมาะสมและมีความสมดุลในการใช้งาน
วิธีคำนวณการจัดพื้นที่ทำงานเฉลี่ยต่อคนทำอย่างไร
วิธีคำนวณการจัดพื้นที่ทำงานเฉลี่ยต่อคน ทำได้โดยกำหนดพื้นที่เฉลี่ยที่ใช้สำหรับพนักงานแต่ละคนตามประเภทพื้นที่ทำงาน เช่น พื้นที่ของ Open-plan ประมาณ 60-110 ตารางฟุตต่อคน ส่วนพื้นที่ Cubicles ประมาณ 100-150 ตารางฟุตต่อคน แล้วคูณจำนวนพนักงานด้วยพื้นที่เฉลี่ยนี้เพื่อหาพื้นที่รวมที่ต้องใช้ จากนั้นรวมกับพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่รองรับการเติบโตในอนาคต



