วิธีเลือกรับออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ ตอบโจทย์ Zoning Strategy

วิธีเลือกรับออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ ตอบโจทย์ Zoning Strategy

Facebook
Twitter

Key Takeaway

  • Herman Hertzberger เป็นสถาปนิกชาวดัตช์ที่เน้นการออกแบบฟังก์ชันและการใช้งานของพื้นที่ มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์กับความยืดหยุ่น ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนออฟฟิศได้หลากหลายตามความต้องการ
  • Zoning Strategy คือการแบ่งพื้นที่หรือรออกแบบตกแต่งภายในเป็นโซนหรือตำแหน่งตามฟังก์ชันเฉพาะในออฟฟิศ ช่วยสร้างความสมดุลและส่งเสริมบรรยากาศที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้งาน
  • Zoning Strategy ควรมี Focus Zone สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ Collaboration Zone สำหรับงานกลุ่มและประชุม Social Zone สำหรับกิจกรรมต่างๆ และพักผ่อน และ Welcome & Activity Zone สำหรับต้อนรับ
  • แนวโน้มการออกแบบออฟฟิศที่ผสมผสาน Zoning กับ Agile Workspace ในปี 2025 มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการหลากหลายของพนักงาน พร้อมรองรับการทำงานแบบไฮบริดและใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ออฟฟิศกลายเป็นศูนย์กลางที่ส่งเสริมการทำงานอย่างมีความสุขและสร้างสรรค์มากขึ้น


ในปัจจุบันที่การทำงานเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานหรือออฟฟิศให้ทันสมัยและตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ขององค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศที่มืออาชีพและมีประสบการณ์ อาจนำกลยุทธ์การแบ่งโซน หรือ Zoning Strategy เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัวมากขึ้น สอดรับกับแนวคิดการทำงานแบบ Agile มาทำความเข้าใจผ่านบทความนี้กัน

แนวคิดของ Herman Hertzberger กับการออกแบบออฟฟิศ

แนวคิดของ Herman Hertzberger กับการออกแบบออฟฟิศ

Herman Hertzberger เป็นสถาปนิกชาวดัตช์ มีบทบาทสำคัญในการออกแบบ Structuralism ในยุค 1960-1970 โดยเน้นการออกแบบที่ใส่ใจฟังก์ชันและการใช้งานของพื้นที่ มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ผลงานที่โดดเด่นของเขา เช่น อาคารสำนักงาน Centraal Beheer และโรงเรียน Montessori ในเมือง Delft

แนวคิดของ Herman Hertzberger มุ่งเน้นการออกแบบที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ของอาคารกับผู้อยู่อาศัย และความยืดหยุ่นของพื้นที่ ออฟฟิศจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ทำงานแบบจำกัด แต่ควรเป็นสถานที่ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนและใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการ มุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคนในองค์กร เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นชุมชนและความร่วมมือในที่ทำงาน

ดังนั้นแนวคิดนี้จึงสะท้อนมุมมองว่าออฟฟิศไม่ใช่เพียงแค่อาคารทำงาน แต่เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมสังคมภายในองค์กร และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ทำให้อาคารสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของการทำงานในยุคสมัยต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Zoning Strategy คืออะไร ทำไมสำคัญกับการออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ

Zoning Strategy คืออะไร ทำไมสำคัญกับการออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ

Zoning Strategy คือการแบ่งพื้นที่ภายในสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบตกแต่งภายในออกเป็นโซนหรือตำแหน่งที่มีฟังก์ชันหรือหน้าที่เฉพาะเจาะจงในออฟฟิศ เช่น พื้นที่สำหรับทำงาน พื้นที่พักผ่อน หรือพื้นที่สันทนาการ การจัดโซนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ ทำให้การเคลื่อนไหวภายในมีความลื่นไหล มีความเป็นระเบียบ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละพื้นที่ 

นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความสมดุลทางสายตาและส่งเสริมบรรยากาศที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในออฟฟิศที่ต้องการพื้นที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพและส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น

ประโยชน์ของ Zoning Strategy ในการใช้งาน

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายในออฟฟิศ โดยจัดแบ่งโซนตามการใช้งาน ทำให้พื้นที่ใช้งานไม่ซ้ำซ้อนและเกิดความลื่นไหล
  • สร้างความเป็นระเบียบและระบบในการจัดการพื้นที่ ส่งผลให้กิจกรรมต่างๆ ภายในออฟฟิศดำเนินไปอย่างราบรื่น
  • สนับสนุนการทำงานร่วมกันและการสื่อสารระหว่างทีมงาน ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงาน
  • ช่วยสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ทั้งในแง่ของความสะดวกสบายและแรงจูงใจในการทำงาน
  • ทำให้ออฟฟิศสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น ปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการใช้งานหรือจำนวนพนักงาน
  • ลดความสับสนและความแออัดในพื้นที่ทำงาน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการเคลื่อนที่
  • ส่งเสริมการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการใช้พื้นที่ผิดประเภทหรือมากเกินความจำเป็น

แนวโน้มการออกแบบออฟฟิศที่ผสมผสาน Zoning กับ Agile Workspace เป็นอย่างไร

แนวโน้มการรับออกแบบ ตกแต่งภายในออฟฟิศที่ผสมผสาน Zoning กับ Agile Workspace คือ การสร้างพื้นที่ทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ด้วยการแบ่งโซนที่ชัดเจนให้รองรับกิจกรรมที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่ทำงานส่วนตัว พื้นที่ทำงานร่วมกัน และโซนพักผ่อน เพื่อส่งเสริมความคล่องตัวและประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกใช้พื้นที่ให้เหมาะสมกับลักษณะงานของตน 

ออฟฟิศลักษณะนี้ตอบสนองต่อวิถีการทำงานแบบไฮบริดและความต้องการพื้นที่ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างสมบูรณ์

Zoning Strategy ในการออกแบบออฟฟิศ ควรมีอะไรบ้าง

Zoning Strategy ในการออกแบบออฟฟิศ ควรมีอะไรบ้าง

การแบ่งโซนพื้นที่ในการทำงาน ก่อนวางแผนเลือกทีมรับออกแบบตกแต่งออฟฟิศ ควรพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง มีดังนี้

Focus Zone สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ

โซน Focus Zone สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิควรออกแบบตกแต่งภายในให้เป็นพื้นที่เงียบสงบในออฟฟิศ ปราศจากเสียงรบกวน และมีผนังกั้นเสียงหรือ Focus pod เพื่อช่วยลดเสียงภายนอกได้ดี ควรมีแสงสว่างโทนอบอุ่น (Neutral White) ที่ช่วยเพิ่มสมาธิและบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับสรีรศาสตร์ เช่น โต๊ะทำงานที่ปรับระดับได้และเก้าอี้ที่ให้ความสบาย เหมาะสำหรับงานที่ต้องโฟกัสสูง เช่น งานรายงานหรือวางแผนกลยุทธ์ จะช่วยให้พนักงานมีสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

Collaboration Zone สำหรับงานกลุ่มและประชุม

โซน Collaboration Zone ควรออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดหรือกึ่งเปิดที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน มีพื้นที่นั่งที่ยืดหยุ่น เช่น โต๊ะประชุมขนาดต่างๆ โต๊ะทำงานแบบ Modular และโซฟานั่งพักที่เหมาะสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หมั่นจัดแสงสว่างให้เพียงพอ และใช้วัสดุดูดซับเสียงเพื่อลดเสียงรบกวน พร้อมเทคโนโลยีรองรับการประชุม เช่น กระดานไวท์บอร์ด ห้องประชุมวิดีโอ และระบบเสียง ที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมความร่วมมือในทีม

Social Zone สำหรับกิจกรรมต่างๆ และพักผ่อน

โซน Social Zone ควรออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมสังสรรค์และพักผ่อนที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้พบปะและสร้างสัมพันธ์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มักมีโซฟานุ่มๆ โต๊ะกาแฟ พื้นที่นั่งเล่นแบบ Casual และมุมครัวหรือคาเฟ่เล็กๆ ที่สนับสนุนการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ 

นอกจากนี้ยังสามารถรวมพื้นที่กิจกรรม เช่น ห้องเกม หรือมุมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้พนักงานมีโอกาสผ่อนคลายและเติมพลัง ตัวอย่างการจัด Social Zone เช่น พื้นที่ Lounge ที่มีบรรยากาศอบอุ่นและตกแต่งด้วยต้นไม้ เพิ่มความร่มรื่นและเป็นมิตรต่อสังคมในองค์กร

Welcome & Activity Zone สำหรับต้อนรับ

โซน Welcome & Activity Zone ออกแบบให้เป็นพื้นที่ต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นมิตร สะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรด้วยการใช้ CI ขององค์กร เช่น โลโก้ สี หรือวัสดุที่เลือกใช้ มีโต๊ะต้อนรับที่ดูโดดเด่นพร้อมพื้นที่นั่งรอที่สบาย เช่น โซฟาหรือเก้าอี้นุ่มๆ และจัดแสงสว่างที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น 

นอกจากนี้อาจมีการตกแต่งด้วยต้นไม้หรือผนังสีเขียวเพื่อเพิ่มความสดชื่นและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ตัวอย่างสำหรับจัด Welcome & Activity Zone เช่น บริเวณต้อนรับที่มีจอแสดงข้อมูลดิจิทัล และโซนกิจกรรมเล็กๆ สำหรับรอคอยหรือพบปะพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ

เทคนิคเลือกทีมรับตกแต่งออฟฟิศให้ตอบโจทย์ Zoning Strategy

เทคนิคเลือกทีมรับตกแต่งออฟฟิศให้ตอบโจทย์ Zoning Strategy

การออกแบบให้ออฟฟิศให้ตอบโจทย์การแบ่งพื้นที่อย่างเหมาะสมตามหลักการ Zoning Strategy ควรพิจารณาเลือกทีมรับออกแบบและตกแต่งภายในออฟฟิศที่ตอบโจทย์ตรงตามความต้องการขององค์กรและผู้ใช้งานจริงมากที่สุด โดยมีวิธีเลือกดังนี้

ประเมินความต้องการขององค์กรก่อน

ก่อนเลือกทีมรับออกแบบตกแต่งออฟฟิศเพื่อให้ตอบโจทย์ Zoning Strategy ควรประเมินความต้องการขององค์กรให้ครบถ้วน เริ่มจากการวิเคราะห์ลักษณะงานของแต่ละทีม เพราะแต่ละทีมมีรูปแบบการทำงานและความต้องการพื้นที่แตกต่างกัน รวมถึงจำนวนพนักงานและแนวโน้มการขยายตัวในอนาคตเพื่อวางแผนพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ควรพิจารณาพฤติกรรมการใช้งานพื้นที่ เช่น การใช้พื้นที่ทำงานร่วมกัน กับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เกิดการจัดโซนที่ตอบสนองได้ตรงจุดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

เลือกจากประสบการณ์ในการวางผังและออกแบบ

การเลือกทีมรับออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศควรพิจารณาจากประสบการณ์ที่ทีมมีในการวางผังและออกแบบ โดยดูว่ามีผลงานที่สอดคล้องกับแนวทาง Zoning Strategy ที่องค์กรต้องการหรือไม่ ควรเลือกทีมที่มีผลงานจริงที่แสดงถึงความเข้าใจเรื่องการแบ่งโซนพื้นที่และการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน 

นอกจากนี้ควรประเมินความน่าเชื่อถือ บริการครบวงจร การแก้ไขแบบได้ตามความต้องการ และความสามารถในการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการขององค์กร

เลือกทีมงานที่เข้าใจทั้งดีไซน์และกลยุทธ์องค์กร

สำหรับการเลือกทีมออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ ควรเลือกทีมงานที่เข้าใจทั้งดีไซน์และกลยุทธ์องค์กร พิจารณาปัจจัยหลักๆ เช่น ความเข้าใจในวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กร เพื่อให้ออกแบบพื้นที่ที่สอดคล้องกับการทำงานและบรรยากาศที่องค์กรต้องการ 

นอกจากนี้ควรมีความสามารถในการผสมผสานการออกแบบที่สวยงามกับการใช้งานจริงและกลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมถึงทีมงานควรเข้าใจความต้องการของลูกค้าและพร้อมปรับเปลี่ยนแบบตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้พื้นที่ที่สร้างประสิทธิภาพและส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรอย่างแท้จริง

มีการสื่อสารชัดเจน

การสื่อสารที่ดี ชัดเจน และมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกทีมรับออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ โดยทีมงานควรฟังและเข้าใจความต้องการขององค์กรได้อย่างครบถ้วน รวมถึงสามารถอธิบายแนวคิดและขั้นตอนการออกแบบให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย อัปเดตความคืบหน้าโครงการอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงงานได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ควรมีช่องทางการสื่อสารที่สะดวกและตอบสนองได้รวดเร็ว เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา

สรุป

Herman Hertzberger เป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียง มีแนวคิดในการออกแบบออฟฟิศหรือพื้นที่ที่คำนึงถึงการใช้งานและความยืดหยุ่นมากกว่ารูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว โดยมองว่าออฟฟิศควรเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ และเป็นศูนย์กลางการมีปฏิสัมพันธ์ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือในองค์กร

หากกำลังมองหาบริษัทรับออกแบบออฟฟิศที่ผสมผสานความสวยงามให้เข้ากับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ Zoning Strategy พร้อมยกระดับพื้นที่การทำงาน ด้วยการออกแบบครบวงจรภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่น พิถีพิถันทุกรายละเอียด ด้วยผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างราบรื่น

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

ในการออกแบบพื้นที่ทำงานให้เป็นไปตาม Zoning Strategy เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อาจยังมีข้อสงสัยอยู่ วันนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อคำตอบที่ช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น

6 หลักการสำคัญในงานสถาปัตยกรรมคืออะไร

6 หลักการสำคัญที่ควรคำนึงถึงในงานสถาปัตยกรรม ได้แก่
1. ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน (Operational Excellence)
2. ความปลอดภัย (Security)
3. ความน่าเชื่อถือ (Reliability)
4. ประสิทธิภาพการทำงาน (Performance Efficiency)
5. การใช้ต้นทุนอย่างคุ้มค่า (Cost Optimization)
6. ความยั่งยืน (Sustainability)

ประเภทของ Functional Zones มีอะไรบ้าง 

Functional Zones หรือประเภทของโซนการใช้งานในพื้นที่แบ่งออกเป็นดังนี้
โซนที่อยู่อาศัย (Residential Zone) สำหรับที่พักอาศัยหรือที่ทำงานที่เน้นความเป็นส่วนตัว
โซนเชิงพาณิชย์ (Commercial Zone) สำหรับธุรกิจ ร้านค้า หรือสำนักงาน
โซนอุตสาหกรรม (Industrial Zone) สำหรับโรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม
โซนเกษตรกรรม (Agricultural Zone) สำหรับพื้นที่เกษตร
โซนผสมผสาน (Mixed-use Zone) ที่รวมการใช้งานที่อยู่อาศัย พาณิชย์ และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างชุมชนที่มีความหลากหลายและครบวงจร

อธิบายขั้นตอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

ขั้นตอนการออกแบบสถาปัตยกรรม แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่
1. การออกแบบร่างแบบเบื้องต้น (Schematic Design) เพื่อวางแนวคิดหลักและผังพื้นที่
2. การพัฒนาแบบ (Design Development) เพื่อเพิ่มรายละเอียดและเลือกวัสดุต่างๆ
3. การจัดทำแบบก่อสร้าง (Construction Documents) ซึ่งเป็นแบบที่ใช้ประกอบการก่อสร้าง
4. การประมูลเลือกผู้รับเหมา (Bidding)
5. การควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Administration) เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามแบบที่ออกแบบไว้

Interested in our product

Leave us your details and our dedicated sales will get back to you as soon as possible

This website uses cookies in order to improve the efficiency of your accessing and using of our website. For more information, please review our Privacy Policy or you can manage your own privacy by clicking on Setting

Privacy Preferences

You can choose your cookies settings by switched on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for strictly necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save