Hybrid Work คืออะไร? การทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งองค์กรและพนักงาน

Hybrid Work คืออะไร? การทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งองค์กรและพนักงาน

Facebook
Twitter

Key Takeaway

  • Hybrid Work คือรูปแบบการทำงานที่พนักงานสามารถสลับทำงานได้ทั้งในออฟฟิศ บ้าน หรือที่อื่นๆ ตามความเหมาะสมและนโยบายองค์กร เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการทำงาน
  • Hybrid Work Model คือเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพราะช่วยให้พนักงานมีอิสระในการจัดการเวลาและสถานที่ทำงาน ลดความเครียด เพิ่มสมดุลชีวิตกับงาน และยังช่วยองค์กรลดต้นทุน พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสถานการณ์โรคระบาดด้วย
  • ตัวอย่าง Hybrid Working มีหลายรูปแบบ เช่น Flexible Hybrid ที่พนักงานเลือกวันและสถานที่เอง Rotational Hybrid ที่สลับเข้าออฟฟิศกับทำงานบ้านเป็นรอบๆ และแบบกำหนดวันเข้าออฟฟิศชัดเจนตามนโยบายองค์กร
  • Hybrid Work ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นกับชีวิตพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนขององค์กร ดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ และช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรค แต่อาจทำให้การสื่อสารไม่ต่อเนื่อง ยากต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง และเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารทรัพยากรบุคคล


ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ การทำงานแบบ Hybrid Work กลายเป็นรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

Hybrid Work คือการผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศและการทำงานนอกสถานที่ เช่น ที่บ้าน ร้านกาแฟ หรือ Co-working space ให้พนักงานมีความยืดหยุ่นในการเลือกสถานที่ทำงานตามลักษณะของงานและความสะดวก ซึ่งพนักงานสามารถจัดสรรเวลาและสถานที่ทำงานได้อย่างยืดหยุ่นตามนโยบายของแต่ละองค์กร รูปแบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและงาน และตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานยุคใหม่ที่ต้องการอิสระและความคล่องตัวในการทำงาน

เทรนด์ยุคใหม่ Hybrid Work คืออะไร?

เทรนด์ยุคใหม่ Hybrid Work คืออะไร?

Hybrid Work คือรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศและการทำงานจากที่อื่น เช่น ที่บ้าน หรือสถานที่อื่นๆ ที่พนักงานสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมและนโยบายองค์กร โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน รูปแบบนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการเวลาและสถานที่ทำงาน ส่งเสริมประสิทธิภาพและความสมดุลระหว่างชีวิตและงานได้ดี

ในประเทศไทย เทรนด์ Hybrid Work คงได้รับความนิยมและคาดว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานหลักในปีต่อๆ ไป เนื่องจากช่วยตอบโจทย์ทั้งองค์กรและพนักงานที่ต้องการความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน พร้อมทั้งองค์กรหลายแห่งยังปรับตัวด้วยการกำหนดวันทำงานในออฟฟิศและวันทำงานนอกสถานที่อย่างเหมาะสมอีกด้วย

Hybrid Work VS. Work from Home

Hybrid Work VS. Work from Home 

Hybrid Work คือรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศกับการทำงานจากที่อื่น โดยพนักงานสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้ตามนโยบายองค์กรและความเหมาะสม ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีเลย

ต่างจาก Work from Home ที่หมายถึงการทำงานจากที่พักอาศัยเป็นหลัก โดยพนักงานจะทำงานจากบ้านเป็นส่วนใหญ่และอาจถูกเรียกให้เข้าออฟฟิศในบางโอกาส ขณะที่ Hybrid Work มีการสลับวันทำงานระหว่างที่ออฟฟิศและที่อื่นๆ ตามตารางที่กำหนดหรือยืดหยุ่นได้

ทำไมเทรนด์แบบ Hybrid Work ถึงได้รับความนิยม

ทำไมเทรนด์แบบ Hybrid Work ถึงได้รับความนิยม

Hybrid Work Model คือเทรนด์เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีการทำงาน โดยเฉพาะผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่บังคับให้พนักงานต้องทำงานจากที่บ้านเป็นหลัก ทำให้องค์กรเห็นว่าการทำงานแบบ Remote มีข้อดีและสามารถนำมาปรับใช้ร่วมกับการทำงานในออฟฟิศได้อย่างมีประสิทธิภาพ Hybrid Work จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศและการทำงานจากที่อื่นๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ Hybrid Work ยังช่วยให้องค์กรลดค่าใช้จ่ายด้านสถานที่และสาธารณูปโภค เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่น การระบาดของโรคหรือภัยพิบัติ เทรนด์นี้ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยองค์กรชั้นนำหลายแห่งเริ่มปรับนโยบายให้สอดคล้องกับรูปแบบ Hybrid เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ด้วย

รูปแบบการทำงาน Hybrid Working

รูปแบบการทำงาน Hybrid Working

หลายบริษัทชั้นนำในประเทศไทยได้นำรูปแบบ Hybrid Working มาใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการทำงาน โดยมีตัวอย่าง Hybrid Working หลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการและลักษณะงานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • Hybrid Work แบบ Flexible เป็นรูปแบบที่พนักงานสามารถเลือกเวลาทำงานและสถานที่ได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดว่าจะต้องเข้าออฟฟิศกี่วันหรือวันไหน เน้นความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการการประชุมหรือประสานงานบ่อย
  • Hybrid Work แบบกำหนดวัน องค์กรกำหนดวันหรือช่วงเวลาที่พนักงานต้องเข้าออฟฟิศ เช่น เข้าออฟฟิศ 2 – 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานร่วมกันและการทำงานจากระยะไกล
  • Hybrid Work แบบเน้นเข้าออฟฟิศ พนักงานส่วนใหญ่ทำงานในออฟฟิศเป็นหลัก แต่ยังมีความยืดหยุ่นให้ทำงานจากที่อื่นได้บางวัน เหมาะกับงานที่ต้องการการประสานงานหรือใช้เครื่องมือเฉพาะในสำนักงาน
  • Hybrid Work แบบเน้น Remote Work พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือสถานที่อื่นเป็นหลัก และเข้าออฟฟิศน้อยครั้งหรือเฉพาะเมื่อจำเป็น เหมาะกับงานที่สามารถทำได้อย่างอิสระและใช้เทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์อย่างเต็มที่

ตัวอย่าง Hybrid Working ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Google ที่ให้พนักงานต้องเข้าออฟฟิศอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และทำงานจากบ้านได้สูงสุด 2 วัน พร้อมยืดหยุ่นให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้สูงสุด 4 สัปดาห์ต่อปี หรือ Microsoft ที่อนุญาตให้พนักงานทำงานจากบ้านได้ถึง 50% ของเวลาทำงาน และสามารถขอทำงานจากบ้านเพิ่มได้ตามความเหมาะสม 

ข้อดีของการทำงานแบบ Hybrid Work

ข้อดีของการทำงานแบบ Hybrid Work

การทำงานแบบ Hybrid Work มีข้อดีหลายประการที่ช่วยตอบโจทย์ทั้งพนักงานและองค์กร ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างชีวิตและงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงาน

ยืดหยุ่นกับชีวิตพนักงาน

Hybrid Work คือการมอบอิสระให้พนักงานสามารถบริหารจัดการเวลาและสถานที่ทำงานได้ตามความเหมาะสม สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้พนักงานมีความเครียดลดลง และมีความพึงพอใจในการทำงานสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพนักงานมีความสุข พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อทั้งตัวบุคคลและองค์กรในระยะยาว

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

รูปแบบ Hybrid Working ช่วยให้พนักงานมีสมาธิและจดจ่อกับงานได้ดีขึ้นเมื่อทำงานจากที่บ้าน ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์หรือการใช้สมาธิสูง ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้ได้พบปะและประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมในออฟฟิศ การผสมผสานนี้ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานร่วมกัน

ช่วยลดต้นทุนขององค์กร

การนำ Hybrid Work มาใช้สามารถช่วยให้องค์กรลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่สำนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และอุปกรณ์สำนักงาน เนื่องจากพนักงานไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ทำให้องค์กรสามารถปรับลดขนาดพื้นที่ หรือใช้พื้นที่ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การประหยัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถนำไปลงทุนในการพัฒนาด้านอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาองค์กร เพิ่มความสะดวกสบายภายในออฟฟิศ เพิ่มเงินโบนัส หรือลงทุนกับสวัสดิการพนักงาน 

ดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่

Hybrid Work คือรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มองหาความยืดหยุ่นและอิสระ การนำเสนอทางเลือกนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาพนักงานเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรได้นานขึ้นอีกด้วย เพราะพวกเขารู้สึกว่าองค์กรเข้าใจและสนับสนุนการใช้ชีวิตของพวกเขานั่นเอง

ป้องกันการติดต่อโรคระบาด

ในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การแพร่ระบาดของโรค การทำงานแบบสลับสถานที่ช่วยลดความแออัดในสำนักงานได้อย่างมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรค นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรมีความพร้อมและยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น

ข้อเสียของการทำงานแบบ Hybrid Work

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่การทำงานแบบ Hybrid Work ก็มีความท้าทายที่องค์กรและพนักงานต้องเตรียมรับมือเพื่อให้ระบบนี้ทำงานได้อย่างราบรื่นเช่นกัน

การสื่อสารอาจไม่ต่อเนื่อง

Hybrid Working แม้จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็อาจนำมาซึ่งความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของการสื่อสารระหว่างทีมที่อาจไม่รวดเร็วเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ากันโดยตรง ทำให้โอกาสในการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการลดลงมาก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือการตีความข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ง่าย การสร้างช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในสภาพแวดล้อมการทำงานลักษณะนี้

สร้างวัฒนธรรมองค์กรได้ยาก

เมื่อพนักงานไม่ได้ทำงานในออฟฟิศพร้อมกันตลอดเวลา การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง อาจกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญ การขาดปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ากันอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร รวมถึงลดทอนประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันภายในทีม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจและหาวิธีรับมือกับความท้าทายนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ในสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน

การบริหารทรัพยากรบุคคลซับซ้อนขึ้น

การจัดการเวลา การติดตามผลงาน และการดูแลพนักงานที่ทำงานในสถานที่ต่างๆ ทำให้ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลต้องปรับตัวและใช้เครื่องมือหรือวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานเป็นไปตามเป้าหมายและพนักงานได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม การบริหารจัดการที่ซับซ้อนขึ้นนี้จึงต้องการความเข้าใจและการวางแผนที่ดีเยี่ยมจากองค์กรด้วยเช่นกัน

การออกแบบออฟฟิศให้เหมาะกับ Hybrid Working

การออกแบบออฟฟิศให้เหมาะกับ Hybrid Working

การออกแบบออฟฟิศสำหรับ Hybrid Work ต้องคำนึงถึงการรองรับรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ทั้งการทำงานคนเดียว การทำงานร่วมกัน และการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของพนักงาน

1. พื้นที่ที่ตอบโจทย์การ Focus (ทำงานคนเดียว)

การออกแบบพื้นที่สำหรับงานที่ต้องการสมาธิให้ตอบโจทย์การทำงานคนเดียว ต้องคำนึงถึงบรรยากาศที่เอื้อต่อการจดจ่อเป็นหลัก ควรเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนภายนอก การจัดแสงที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติหรือแสงประดิษฐ์ที่สบายตาก็มีส่วนสำคัญมากๆ นอกจากนี้ การมีโต๊ะทำงานส่วนตัว หรือบูทสำหรับวิดีโอคอล ที่มีฉนวนกันเสียง จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานที่ต้องการสมาธิสูงได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโคด การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการประชุมออนไลน์ 

2. พื้นที่ที่ตอบโจทย์การ Collaborate (ทำงานร่วมกัน)

พื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกันควรได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างราบรื่น สิ่งสำคัญคือการจัดวางที่เอื้อต่อการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ที่รองรับการทำงานของทีม หรือพื้นที่เปิดโล่งที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการของแต่ละโปรเจกต์ ควรมีอุปกรณ์ที่ครบครัน เช่น จอแสดงผลขนาดใหญ่ ไวต์บอร์ด หรือเครื่องมือสำหรับการระดมสมอง เพื่อให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. พื้นที่ที่ตอบโจทย์การ Connect (สร้างสัมพันธ์)

พื้นที่สำหรับสร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงานควรเป็นจุดที่ส่งเสริมการพักผ่อน คลายเครียด และการมีปฏิสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ การออกแบบควรเน้นความผ่อนคลายและเป็นกันเอง เช่น มุมกาแฟที่มีบรรยากาศสบายๆ โซนนั่งเล่นที่จัดวางอย่างอบอุ่น หรือแม้แต่พื้นที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการเล็กๆ น้อยๆ การจัดแสงที่นุ่มนวลและโทนสีที่อบอุ่นจะช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและเอื้อต่อการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานร่วมกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สรุป

Hybrid Work คือรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศและจากที่อื่นๆ ตามนโยบายองค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก เทรนด์นี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมอบอิสระให้พนักงานจัดการเวลาและสถานที่ทำงานของตัวเอง ช่วยลดความเครียดและสร้างสมดุลที่ดีระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน ขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อองค์กรในการลดต้นทุนและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอื่นๆ

กำลังมองหาการออกแบบออฟฟิศแบบ Hybrid Work อยู่ใช่ไหม? KOKUYO พร้อมยกระดับพื้นที่ทำงานของคุณด้วยบริการออกแบบครบวงจร ที่ผสมผสานความสวยงามกับการใช้งานจริง ภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่นที่พิถีพิถันทุกรายละเอียด มาพร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่แนวคิดการออกแบบไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้พนักงานในองค์กร เพื่อให้ทุกกิจกรรมในออฟฟิศเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีศักยภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hybrid Work (FAQ)

เพื่อให้เข้าใจรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Work มากยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแนวคิดนี้มาให้คุณได้อ่านกัน เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและประโยชน์ของ Hybrid Work ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Hybrid Work คืออะไร?

Hybrid Work คือ รูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานใน ออฟฟิศ (On-site) และการทำงานจาก สถานที่อื่น (Remote) เช่น ที่บ้าน หรือ Co-working Space โดยพนักงานสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้ตามความเหมาะสมกับลักษณะงานและความสะดวกของตนเอง เป็นการนำข้อดีของการทำงานทั้งสองแบบมารวมกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และสมดุลชีวิตการทำงาน

ทำไม Hybrid Work ถึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน?

Hybrid Work ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากหลายปัจจัยหลัก ประการแรกคือสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้หลายองค์กรต้องปรับตัวเข้าสู่การทำงานแบบรีโมท ทำให้เห็นถึงศักยภาพของการทำงานนอกออฟฟิศ ประการที่สองคือเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้การสื่อสารและทำงานร่วมกันจากระยะไกลเป็นไปได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายคือความต้องการของพนักงานที่มองหาความยืดหยุ่นในการทำงานและสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน ซึ่ง Hybrid Work ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

Hybrid Work มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

Hybrid Work มอบประโยชน์มากมายให้กับทั้งองค์กรและพนักงาน สำหรับพนักงาน ความยืดหยุ่นในการเลือกสถานที่ทำงานช่วยให้พวกเขามี Work-Life Balance ที่ดีขึ้น ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน ส่วนองค์กรเอง Hybrid Work ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากพนักงานสามารถเลือกทำงานในสถานที่ที่เหมาะสมกับงานที่สุด ลดต้นทุนการบริหารจัดการพื้นที่สำนักงาน และช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้ดีขึ้น

Interested in our product

Leave us your details and our dedicated sales will get back to you as soon as possible

This website uses cookies in order to improve the efficiency of your accessing and using of our website. For more information, please review our Privacy Policy or you can manage your own privacy by clicking on Setting

Privacy Preferences

You can choose your cookies settings by switched on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for strictly necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save