Key Takeaway
- Home Office คือออฟฟิศที่มีลักษณะคล้ายกับบ้าน แต่ออกแบบภายในให้เหมาะเป็นพื้นที่สำนักงาน ส่วน Open Concept Home Office คือพื้นที่ทำงานในบ้านแบบเปิดโล่ง เชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ เพื่อให้โปร่งสบายและใช้งานได้ยืดหยุ่น
- ข้อดี-ข้อเสีย Home Office และ Open Concept Home Office โดยข้อดีคือมีความสะดวกสบาย ผ่อนคลาย มีต้นทุนในการดูแลบำรุงรักษาน้อย สื่อสารกันได้ง่ายขึ้น ส่วนข้อเสียคือมีพื้นที่จำกัด ขาดความเป็นส่วนตัวและอาจมีเสียงรบกวนได้
- แนะนำไอเดียการจัด Home Office และ Open Concept Home Office เริ่มจากเลือกมุมที่มีผนังด้านหลัง สร้างความเป็นส่วนตัว เลือกเก้าอี้ที่รองรับการนั่งทำงานทั้งวัน เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์กลมกลืนกับบ้าน และจัดมุมทำงานให้อยู่ใกล้แสงธรรมชาติ
- Home Office คือพื้นที่ผสมผสานระหว่างที่ทำงานและที่พักอาศัย ส่วน Open Concept Home Office คือพื้นที่ทำงานแบบเปิดโล่ง ให้เชื่อมต่อกับส่วนอื่นของบ้านได้ลื่นไหล และ Home Like Office คือพื้นที่ทำงานที่มีบรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย เสมือนอยู่บ้าน
หากพูดถึงพื้นที่ทำงาน ปัจจุบันพื้นที่ทำงานไม่ได้จำกัดแค่ในออฟฟิศเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Home Office ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องส่วนตัวหรือมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ถือเป็นรูปแบบที่เหมาะกับผู้ทำงานอิสระหรือธุรกิจขนาดเล็ก และ Open Concept Home Office เน้นการจัดพื้นที่ทำงานแบบเปิดโล่ง เชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นในบ้าน เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกับ Home Office พร้อมข้อดี-ข้อเสีย และไอเดียจัดบ้านให้เหมาะแก่การเป็นพื้นที่ทำงานมากยิ่งขึ้น

Home Office คืออะไร?
Home Office คือรูปแบบของออฟฟิศที่มีลักษณะคล้ายกับทาวน์โฮม แต่มีการออกแบบภายในให้เหมาะสำหรับใช้งานเป็นพื้นที่สำนักงานโดยเฉพาะ โดยมักจัดพื้นที่ให้รองรับการทำงานอย่างเป็นสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องประชุม หรือห้องสตูดิโอ รวมถึงพื้นที่พักอาศัยในบริเวณเดียวกันอย่างลงตัว โฮมออฟฟิศส่วนใหญ่มักมีตั้งแต่ 2-3 ชั้นขึ้นไป และได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะตอบโจทย์ทั้งการใช้สอยที่หลากหลายและความคุ้มค่าในพื้นที่เดียวกัน
ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้! ก่อนเริ่มแต่ง Home Office
ก่อนจะลงมือแต่ง Home Office ลองมาดูกันก่อนว่าข้อดีและข้อเสียของการมีพื้นที่ทำงานที่บ้านมีอะไรบ้าง เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
ข้อดี
ข้อดีของ Home Office คือสามารถแบ่งพื้นที่หรือโซนการใช้งานแต่ละชั้นได้อย่างชัดเจน ทำให้จัดสรรหน้าที่ของแต่ละพื้นที่ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีต้นทุนในการดูแลและบำรุงรักษาน้อยกว่าออฟฟิศขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าออฟฟิศทั่วไป เหมาะสำหรับการทำงานในระยะยาว และยังสามารถใช้งานเป็นทั้งที่พักอาศัยและสถานที่ทำงานในพื้นที่เดียวกันได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
ข้อเสีย
Home Office มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของพื้นที่ที่อาจไม่เพียงพอสำหรับการขยายทีมงานหรือรองรับกิจกรรมบางอย่างในอนาคต อีกทั้งการลงทุนในอุปกรณ์สำนักงานหรือการตกแต่งเพื่อให้พร้อมใช้งานอาจมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของบริษัทที่ดำเนินงานจาก Home Office อาจดูไม่เป็นทางการหรือไม่น่าเชื่อถือเท่ากับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสำนักงานอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจบางรายได้

ไอเดียการจัด Home Office ให้สวย ลงตัว ใช้งานได้จริง!
มาดูไอเดียสำหรับการจัด Home Office ให้สวย ใช้งานได้จริง และช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกัน
1. จัดมุมทำงานให้มีผนังด้านหลังเพื่อความเป็นส่วนตัว
เลือกวางโต๊ะทำงานชิดผนังโดยให้ผนังอยู่ด้านหลัง ช่วยลดเสียงรบกวนจากพื้นที่ส่วนอื่น และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีสมาธิในการทำงาน หากเป็นห้องโล่งหรือไม่มีผนัง สามารถใช้ฉากกั้นหรือตู้หนังสือสูงแทนได้ เพื่อสร้างขอบเขตความเป็นส่วนตัวและลดการมองเห็นจากผู้อื่น
2. ใช้โต๊ะทำงานขนาดใหญ่รองรับงานหลายประเภท
การใช้โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ช่วยรองรับงานหลายประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกโต๊ะที่กว้างพอสำหรับวางเอกสาร คอมพิวเตอร์หลายจอ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ พร้อมกัน จัดสรรพื้นที่บนโต๊ะให้เป็นระเบียบ เช่น มีลิ้นชักหรือชั้นวางของเพื่อเก็บอุปกรณ์ ช่วยให้สามารถทำงานหลายงานได้สะดวก ทั้งการเขียน การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการประชุมออนไลน์
3. เลือกเก้าอี้ที่รองรับการนั่งทั้งวัน
การเลือกเก้าอี้ที่รองรับการนั่งทั้งวันควรเน้นที่ความสบายและรองรับสรีระอย่างเหมาะสม โดยเลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงสูงถึงระดับศีรษะหรือสูงพอที่จะรองรับหลังส่วนบน และควรมีที่วางแขนทั้งสองข้างเพื่อช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อขณะทำงาน รวมถึงปรับระดับความสูงให้พอดีกับโต๊ะ ทำให้นั่งหลังตรง เข่าตั้งฉาก เท้าวางราบกับพื้น
4. ติดตั้งแสงไฟเฉพาะจุด
การติดตั้งแสงไฟเฉพาะจุดใน Home Office ควรเลือกใช้โคมไฟตั้งโต๊ะหรือโคมดาวน์ไลต์ที่ให้แสงสว่างตรงจุด โดยไม่สะท้อนเข้าตา เพื่อช่วยโฟกัสกับงาน เช่น งานกับคอมพิวเตอร์หรือเอกสาร ควรปรับทิศทางแสงให้กระจายอย่างนุ่มนวล ลดเงาทึบ และไม่ก่อให้เกิดแสงจ้า ทั้งนี้แนะนำให้ใช้แสงสีขาวนวล เพื่อเพิ่มสมาธิและลดความเมื่อยล้าของสายตาเมื่อต้องทำงานเป็นเวลานาน
5. เพิ่มบอร์ดวางแผนหรือตารางงานที่ผนัง
การเพิ่มบอร์ดวางแผนหรือตารางงานที่ผนังช่วยสร้างการจัดการงานที่เป็นระเบียบ โดยเลือกติดตั้งบอร์ดที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ผนังใกล้โต๊ะทำงาน เพื่อให้สามารถจดบันทึกตารางงาน รายการที่ต้องทำ หรือไอเดียต่างๆ ได้สะดวก และมองเห็นได้ชัดเจน นอกจากช่วยวางแผนงานแล้วยังช่วยตกแต่งผนังให้ดูทันสมัยและสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้พื้นที่ทำงานสวยงามและใช้งานได้จริงอย่างลงตัว

Open Concept Home Office คืออะไร?
Open Concept Home Office คือการออกแบบพื้นที่ทำงานที่บ้านภายในบ้านแบบเปิดโล่ง โดยไม่มีผนังหรือฉากกั้นทึบ เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เข้าด้วยกัน สร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการสื่อสารหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสะดวก โดยเฟอร์นิเจอร์จะถูกจัดวางอย่างเป็นสัดส่วนแต่ไม่ปิดกั้นสายตา ช่วยส่งเสริมบรรยากาศที่สร้างสรรค์และลดความอึดอัด ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและผ่อนคลายมากขึ้น
ข้อดี-ข้อเสียของ Open Concept Home Office
ก่อนเลือกจัดพื้นที่ทำงานแบบ Open Concept Home Office ลองมาดูกันว่ารูปแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการทำงาน
ข้อดี
ข้อดีของ Open Concept Home Office คือช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่โปร่งโล่งและเปิดกว้าง ทำให้สามารถสื่อสารและประสานงานกันระหว่างทีมได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดี ลดความอึดอัดจากผนังหรือฉากกั้น ทำให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์และความคิดใหม่ๆ ได้ดีขึ้น
นอกจากนี้การจัดพื้นที่แบบนี้ช่วยให้การใช้พื้นที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนหรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามต้องการ เพิ่มความสบายตาด้วยแสงสว่างและโทนสีที่เหมาะสม ทำให้การทำงานมีสมาธิและผ่อนคลายมากขึ้น
ข้อเสีย
ข้อจำกัดที่ควรพิจารณาคือการขาดความเป็นส่วนตัว เนื่องจากไม่มีผนังหรือฉากกั้น ทำให้เสียงและกิจกรรมรอบข้างรบกวนสมาธิได้ง่าย บางคนอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยด้านข้อมูลหรือถูกสังเกตตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเครียดและลดประสิทธิภาพการทำงานได้ นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากการพูดคุยหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ควบคุมได้ยากในพื้นที่เปิดโล่ง และบางครั้งยังสร้างความไม่สะดวกเมื่อต้องการประชุมหรือสนทนาส่วนตัวในพื้นที่เดียวกันอีกด้วย

ไอเดียการจัด Open Concept Home Office ให้ดูดี ฟังก์ชันครบ!
ไอเดียสำหรับการจัด Open Concept Home Office ให้ดูดี น่านั่งทำงาน พร้อมด้วยฟังก์ชันในการทำงานครบครัน เหมาะสมต่อการทำงานมีอะไรบ้าง
1. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์เข้ากับบ้าน
การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับ Open Concept Home Office ควรเน้นดีไซน์ที่เข้ากับสไตล์และโทนสีของบ้าน เช่น สีขาว ครีม หรือไม้สีอ่อน เพื่อให้พื้นที่ดูโปร่งและสบายตา พร้อมทั้งเลือกเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนหรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย เช่น โต๊ะที่มีลิ้นชักเก็บของ หรือเก้าอี้ล้อเลื่อน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวาง นอกจากนี้ควรเลือกชิ้นที่มีดีไซน์เรียบง่าย ไม่ทึบตัน เพื่อรักษาความเปิดโล่งและสร้างบรรยากาศทำงานที่สวยงามและใช้งานได้จริง
2. ใช้พรมหรือพาร์ทิชันเบาๆ แบ่งโซนทำงาน
การใช้พรมหรือพาร์ทิชัน (Partition) เบาๆ เป็นวิธีที่ง่ายและยืดหยุ่นในการแบ่งโซนทำงานใน Open Concept Home Office โดยเลือกปูพรมในพื้นที่ทำงานเพื่อสร้างขอบเขตอย่างชัดเจนและเพิ่มความอบอุ่นให้บรรยากาศ หรือใช้พาร์ทิชันแบบพับเปิด-ปิดได้ เช่น ฉากกั้นผ้าหรือวัสดุโปร่งแสงที่ไม่ปิดกั้นสายตา แต่ช่วยลดเสียงรบกวนและสร้างความเป็นส่วนตัวในโซนนั้นๆ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ช่วยให้พื้นที่ดูสวยงามเป็นสัดส่วน พร้อมคงความโปร่งโล่ง และยังปรับเปลี่ยนหรือเคลื่อนย้ายได้ตามต้องการ เพิ่มฟังก์ชันและความยืดหยุ่นในการใช้งานอย่างแท้จริง
3. เลือกมุมที่มีแสงธรรมชาติส่องถึง
การเลือกมุมทำงานที่มีแสงธรรมชาติ ควรวางโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างหรือบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง เพื่อเพิ่มความสดชื่นและลดความเมื่อยล้าของสายตา อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการวางโต๊ะในตำแหน่งที่แสงสะท้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยตรง
เพื่อป้องกันแสงที่จ้าเกินไป การติดม่านกรองแสงหรือมู่ลี่ที่ปรับระดับแสงได้ จะช่วยควบคุมปริมาณแสงให้เหมาะสมตลอดวัน วิธีนี้ส่งผลให้พื้นที่ทำงานดูโปร่งโล่ง สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดี
4. ใช้ชั้นลอยหรือลิ้นชักซ่อนของให้ดูเรียบร้อย
ในการจัด Open Concept Home Office ควรมีลิ้นชักหรือชั้นลอยเก็บของ เพื่อให้พื้นที่ดูเรียบร้อยและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า แนะนำให้เลือกชั้นลอยติดผนัง เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวตั้งโดยไม่เกะกะพื้นที่ทำงานบนพื้น
หรือเลือกลิ้นชักที่มีล้อเลื่อนสำหรับจัดเก็บเอกสารและอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ และเคลื่อนย้ายได้สะดวกตามต้องการ นอกจากนี้ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องเก็บของซ่อน เพื่อช่วยลดความรกและทำให้ห้องดูสะอาดตา โดยจัดเก็บตามหมวดหมู่เพื่อความง่ายในการหยิบใช้ และเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ครบครันภายในที่เดียว
5. เลือกเก้าอี้สำนักงานที่ดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์บ้าน
การเลือกเก้าอี้สำนักงานที่ดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์บ้านใน Open Concept Home Office ควรเน้นเก้าอี้ที่ผสานความสบายและดีไซน์ที่เข้ากับบรรยากาศบ้าน แนะนำให้เลือกเก้าอี้ดีไซน์เรียบหรู วัสดุหนังแท้หรือหนังเทียมคุณภาพดี ให้ผิวสัมผัสนุ่มนั่งสบาย พร้อมสีโทนอุ่น เช่น สีเบจ สีเทา หรือมีลวดลายไม้ เพื่อให้ดูกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ และไม่ขัดกับความรู้สึกของพื้นที่อยู่อาศัย รูปแบบนี้จะช่วยให้เก้าอี้ดูเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของบ้าน มากกว่าชิ้นงานสำนักงานทั่วไป
นอกจากนี้ควรเลือกเก้าอี้ที่รองรับสรีระได้ดีเพื่อสุขภาพ เช่น มีพนักพิงหลังและที่วางแขน เพื่อให้สามารถนั่งทำงานได้นานโดยไม่ปวดเมื่อยหรือเจ็บหลัง เก้าอี้ที่ดีไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น กลมกลืนกับบ้าน และสามารถใช้งานได้จริงในระยะยาวอีกด้วย

Home Office vs Open Concept Home Office vs Home Like Office ต่างกันอย่างไร
Home Office, Open Concept Home Office และ Home Like Office ต่างมีจุดเด่นเฉพาะตัวในด้านการจัดสรรพื้นที่และบรรยากาศการทำงาน โดย Home Office เป็นการผสมผสานระหว่างพื้นที่ทำงานและที่พักอาศัยไว้อย่างลงตัว มักมีการแบ่งโซนชัดเจนระหว่างพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายควบคู่กับความเป็นส่วนตัวในที่การทำงานภายในบ้าน
ในขณะที่ Open Concept Home Office จะเน้นการออกแบบพื้นที่ทำงานให้เปิดโล่ง ไม่มีฉากกั้น เพื่อให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อถึงกัน เหมาะสำหรับงานที่ต้องการสื่อสารหรือการทำงานเป็นทีม แต่ข้อสังเกตของรูปแบบนี้คือความเป็นส่วนตัวและเสียงรบกวน ที่อาจรบกวนสมาธิหรือทำให้รู้สึกไม่สะดวกเมื่อต้องการความเงียบหรือความเป็นส่วนตัวในการทำงานบางประเภท
ส่วน Home Like Office เน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน ผ่านการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร เช่น การใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์บ้าน โทนสีอ่อน หรือของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เพื่อกระตุ้นอารมณ์บวก ลดความตึงเครียด และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สรุป
Home Office คือรูปแบบออฟฟิศที่รวมที่ทำงานและที่อยู่อาศัยไว้ในพื้นที่เดียวกัน ได้รับความนิยมเพราะคุ้มค่าและใช้งานได้หลากหลาย ข้อดีคือช่วยประหยัดพื้นที่ บรรยากาศผ่อนคลาย ส่วน Open Concept Home Office เป็นการจัดพื้นที่ทำงานแบบเปิดโล่ง ไม่มีผนังกั้น เพื่อความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น ข้อดีคือโปร่ง โล่ง สร้างสรรค์ การจัดพื้นที่ทั้งสองรูปแบบให้ใช้งานได้จริงควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับงาน เฟอร์นิเจอร์ และการจัดแสงที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน
หากมองหาเฟอร์นิเจอร์ Work Space ที่ตอบโจทย์กับออฟฟิศทุกสไตล์ เหมาะกับรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ใช้งานได้จริง แนะนำ KOKUYO ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานของคุณ ด้วยการออกแบบครบวงจรภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่น และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ ไปจนถึงการเลือกสรร เฟอร์นิเจอร์ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ให้การทำงานและทุกกิจกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่นและเต็มศักยภาพ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
หลายคนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Home Office, Open Concept Home Office และ Home Like Office เพิ่มเติม วันนี้ได้รวบรวมคำถามและคำตอบที่พบบ่อยมาไขข้อข้องใจให้เข้าใจมากขึ้น
ห้องออฟฟิศมีอะไรบ้าง?
ห้องทำงานในออฟฟิศมีโต๊ะทำงาน ชั้นวางหนังสือ เก้าอี้สำนักงาน โต๊ะประชุม ชุดโต๊ะทำงาน และโต๊ะเก็บของสำนักงาน
พื้นที่ทํางานแบบมาตรฐานมีขนาดเท่าไร?
พื้นที่ทำงานสำหรับพนักงาน 1 คน ควรมีขนาดประมาณ 3-4 ตารางเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการวางโต๊ะและเก้าอี้ทำงาน รวมถึงอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น และยังควรมีพื้นที่เหลือสำหรับทางเดินและการจัดเก็บเอกสารอย่างเหมาะสม
จุดเด่นของออฟฟิศสมัยใหม่คืออะไร?
ออฟฟิศสมัยใหม่ช่วยกระตุ้นพนักงานให้กลับมาทำงานในออฟฟิศมากขึ้น ด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเปิดโอกาสให้องค์กรสรรหาและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพได้ดีขึ้น



