Green Office เทคนิคตกแต่งภายในสำนักงาน รักษ์โลกแบบยั่งยืน

Green Office เทคนิคตกแต่งภายในสำนักงาน รักษ์โลกแบบยั่งยืน

Facebook
Twitter

Key Takeaway

  • Green Office คือการวางแผนออกแบบและจัดการสภาพแวดล้อมภายในสำนักงานให้เอื้อต่อการทำงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและจำเป็น การจัดการของเสียอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ
  • หัวใจของการออกแบบและตกแต่งภายในสำนักงานเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ ออกแบบให้อยู่สบายและดีต่อสุขภาพด้วย Passive Design ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว และใช้ช่องเปิดอาคารเพื่อหมุนเวียนอากาศ (Natural Ventilation)
  • WELL เป็นมาตรฐานการออกแบบสำนักงานที่เน้นการส่งเสริมสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย ในขณะที่ LEED เน้นการออกแบบที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคทำให้ออฟฟิศกลายเป็นสำนักงานเพื่อความยั่งยืน เริ่มจากสำรวจพื้นที่ เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานจริง วางแผนกับบริษัทรับออกแบบสำนักงาน และประเมินงบประมาณในระยะสั้นและระยะยาว


การออกแบบสำนักงานไม่ใช่แค่การสร้างพื้นที่ทำงานที่สวยงามและสะดวกสบายอีกต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมๆ กัน Green Office หรือการออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่หลายองค์กรต่างให้ความสำคัญ เพราะตอบโจทย์ทั้งการทำงาน ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร บทความนี้จะแนะนำ Green Office พร้อมแนวคิด Passive Design และการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล เพื่อความยั่งยืน

ทำความเข้าใจ Green Office แนวคิดสำนักงานรักษ์โลกแบบยั่งยืน

ทำความเข้าใจ Green Office แนวคิดสำนักงานรักษ์โลกแบบยั่งยืน

Green Office คือการออกแบบและจัดการสภาพแวดล้อมภายในสำนักงานให้เอื้อต่อการทำงาน พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเท่าที่จำเป็น จัดการของเสียอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ รวมถึงเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชะลอภาวะโลกร้อน และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้ใช้งาน

หากต้องการออกแบบหรือเปลี่ยนองค์กรเป็น Green Office สำนักงานรักษ์โลกแบบยั่งยืนอย่างเป็นทางการ จะต้องผ่านการประเมินและได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองจาก WELL และ LEED

ประโยชน์ของการออกแบบ Green Office สำนักงานรักษ์โลก

การออกแบบหรือตกแต่งภายในสำนักงานให้รักษ์โลก เป็นสิ่งสำคัญที่หลายองค์กรต่างให้ความสนใจ โดยมีประโยชน์ ดังนี้

  • ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Targets) ช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่นอกจากเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยอาคารที่ออกแบบหรือตกแต่งภายในสำนักงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดึงดูดลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การทำงานในสำนักงานสีเขียวสะท้อนว่าองค์กรใส่ใจความยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดลูกค้าที่มีจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มอัตราการเช่าอาคารเพิ่มขึ้น
  • เสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร เป็นการสร้างความแตกต่างและเพิ่มความโดดเด่นในตลาดมากขึ้น
  • ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี การออกแบบออฟฟิศสไตล์ Biophilic Design ที่นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงาน ช่วยเสริมสุขภาพกายและใจ เพิ่มความสุข และทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น
  • รักษาพนักงานที่มีคุณภาพ เนื่องจากในปัจจุบันคนต่างตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้หลายคนต่างมองหาองค์กรที่มีนโยบาย หรือการออกแบบที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการออกแบบสำนักงานเพื่อความยั่งยืน

หัวใจสำคัญของการออกแบบสำนักงานเพื่อความยั่งยืน

ในการออกแบบสำนักงานเพื่อความยั่งยืน ก่อนออกแบบควรคำนึงถึงหัวใจสำคัญของการออกแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์สำนักงานรักษ์โลกมากขึ้น ดังนี้

ออกแบบให้อยู่สบาย ดีต่อสุขภาพ (Passive Design)

Passive Design คือแนวทางการออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานที่มุ่งใช้ประโยชน์จากบริบทแวดล้อมและเงื่อนไขทางธรรมชาติของพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยครอบคลุมตั้งแต่การวางผังพื้นที่ (Layout Planning) การกำหนดรูปทรงและสัดส่วนของอาคาร การควบคุมอุณหภูมิภายใน การจัดแสงสว่าง การระบายอากาศ ไปจนถึงการใช้ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมของทำเลที่ตั้งเพื่อสร้างความสบายในการอยู่อาศัย การออกแบบตามแนวคิด Passive Design จึงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ใช้อาคาร และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม 

ตัวอย่างการนำ Passive Design ไปใช้

  • การออกแบบอาคารให้มีทิศทางและรูปแบบที่รับลมและแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานทำความเย็นและไฟฟ้า
  • การติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่หรือช่องระบายอากาศ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศธรรมชาติ ลดความชื้นและความร้อนภายในสำนักงาน
  • ใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนหรือเก็บความเย็น เช่น หลังคาสีอ่อนหรือวัสดุฉนวนกันความร้อน
  • การออกแบบพื้นที่สีเขียวรอบอาคาร เพื่อช่วยลดความร้อนสะสมและปรับปรุงคุณภาพอากาศ
  • การจัดวางผังอาคารและเฟอร์นิเจอร์ให้อากาศและแสงสามารถเข้าถึงพื้นที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ เพิ่มความสบายและสุขภาพที่ดีของผู้ใช้งาน

เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

  • กระดาษสำนักงานที่ได้รับการรับรองฉลากเขียว เช่น กระดาษถ่ายเอกสารกระดาษรีไซเคิล
  • วัสดุก่อสร้างจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ไม้คอร์ก อิฐจากเศษไม้และพลาสติกรีไซเคิล
  • วัสดุปิดผิวจากเศษกระดาษ (PaperClay) ซึ่งมีรอยเท้าคาร์บอนต่ำและใช้พลังงานน้อยในการผลิต
  • ฉนวนกันความร้อนจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ใยแก้ว ใยโพลีเอสเตอร์ หรือฉนวนใยกัญชง ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • วัสดุก่อสร้างช่วยประหยัดพลังงาน เช่น แผ่นกระจกอัจฉริยะ (Smart Glass) และโครงคอนกรีตหุ้มฉนวน (Insulated Concrete Framing)
  • ผลิตภัณฑ์สำนักงานและอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ปากกาและดินสอจากไม้ไผ่หรือพลาสติกชีวภาพ
  • บรรจุภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากวัสดุชีวภาพและรีไซเคิล เช่น กระเบื้องที่ทำจากผักตบชวา หรือพลาสติกรีไซเคิลลายหินอ่อน
  • วัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์

เพิ่มพื้นที่สีเขียว

พื้นที่สีเขียวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยการสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและผ่อนคลาย ลดความเครียดของพนักงาน และปรับปรุงคุณภาพอากาศในสำนักงาน ทำให้พนักงานมีสมาธิและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น 

ตัวอย่างการออกแบบสำนักงานให้มีพื้นที่สีเขียว เช่น การจัดสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) ที่ใช้ผนังหรือโครงสร้างแนวตั้งปลูกต้นไม้ ซึ่งเหมาะกับพื้นที่จำกัด ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยกรองฝุ่นและปรับอุณหภูมิในอาคารได้ดี นอกจากนี้การเลือกต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น พลูด่าง เฟิร์น หรือไทรใบสัก ยังช่วยทำให้อากาศภายในสำนักงานบริสุทธิ์และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน

ใช้ช่องเปิดอาคารเพื่อหมุนเวียนอากาศ

Natural Ventilation คือการระบายอากาศตามธรรมชาติผ่านช่องเปิดของอาคาร เช่น ประตู หน้าต่าง หรือช่องลม เพื่อให้ลมและอากาศไหลเวียนเข้ามาแทนที่อากาศร้อนหรืออากาศที่หมุนเวียนอยู่ภายใน โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากนัก การออกแบบนี้ช่วยลดการใช้พลังงานและสร้างความรู้สึกสบายแก่ผู้ใช้งาน ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิในอาคารอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้อากาศสดชื่นและสุขภาพดีขึ้น

รู้จักการออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานตามมาตรฐาน WELL และ LEED

รู้จักการออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานตามมาตรฐาน WELL และ LEED

ในการออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานให้ได้ตามมาตรฐาน นอกจากได้รับรองจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีมาตรฐานสากลเพื่อรับรองว่าอาคารนี้ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านสิ่งแวดล้อม คือ WELL และ LEED โดยมีรายละเอียดดังนี้

WELL Building Standard

WELL Building Standard คือมาตรฐานการรับรองอาคารที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย พัฒนาโดยสถาบัน International WELL Building Institute (IWBI) จากสหรัฐอเมริกา มาตรฐานนี้เน้นการออกแบบอาคารสำนักงานให้เหมาะกับสุขภาพกายและใจ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น คุณภาพอากาศ น้ำ แสงสว่าง อุณหภูมิ โภชนาการ และสุขภาพจิต 

โดยเกณฑ์การประเมินครอบคลุมหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย อาคารที่ได้รับการรับรองจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้ใช้งาน เช่น การตรวจสอบคุณภาพน้ำ อากาศ และการออกแบบมาตรฐานที่เอื้อต่อสุขภาพ มีระดับการรับรอง ได้แก่ Silver, Gold และ Platinum 

ตัวอย่างอาคารในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก WELL Building Standard ได้แก่ ศูนย์วิจัย RISC by MQDC อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 ซีบีอาร์อี ประเทศไทย และ InterContinental Chiang Mai the Mae Ping Hotel

LEED (Leadership in Energy and Environmental Design)

LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) คือมาตรฐานการประเมินอาคารเขียวที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก พัฒนาขึ้นโดยสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (US Green Building Council – USGBC) เพื่อส่งเสริมการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จุดมุ่งหมายคือให้เจ้าของและผู้ดำเนินการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

เกณฑ์การประเมิน LEED ครอบคลุมหลายด้าน เช่น การออกแบบและก่อสร้างอย่างยั่งยืน การใช้น้ำและพลังงาน คุณภาพอากาศภายในอาคาร การใช้วัสดุและทรัพยากร การจัดการขนส่ง และนวัตกรรมทางการออกแบบ โครงการจะได้รับคะแนนตามการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเครดิตที่เลือก สุดท้ายจะได้ระดับการรับรอง 4 ระดับ ได้แก่ Certified, Silver, Gold และ Platinum

ตัวอย่างอาคารในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ได้แก่ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (Frasers Property) ประเทศไทย อาคารสินธร อาคารไทยประกันชีวิต และ CW Tower 

 เริ่มต้นออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานสีเขียว ทำอย่างไร

เริ่มต้นออกแบบตกแต่งภายในสำนักงานสีเขียว ทำอย่างไร 

เมื่อทราบถึงเกณฑ์มาตรฐานในการชี้วัดแล้ว ส่วนสำคัญต่อมาคือการวางแผน เริ่มต้นออกแบบสำนักงานและตกแต่งภายในสำนักงานให้รักษ์โลกอย่างยั่งยืน เพื่อให้ตรงตามความต้องการและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยมีขั้นตอนดังนี้

สำรวจพื้นที่ และเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานจริง

การสำรวจและทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานจริงอย่างละเอียด เป็นขั้นตอนที่ควรศึกษาก่อนออกแบบหรือตกแต่งภายในสำนักงาน เช่น การสร้างพื้นที่ Collaboration สำหรับการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดสรรพื้นที่ Private Working Space ให้พนักงานมีพื้นที่เงียบสงบสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ นอกจากนี้ควรออกแบบพื้นที่ให้รองรับการเคลื่อนไหวและการพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจในที่ทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวม

วางแผนกับบริษัทรับออกแบบสำนักงาน

ในการออกแบบสำนักงานควรเลือกวางแผนกับบริษัทรับออกแบบสำนักงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการออกแบบหรือตกแต่งภายในสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความเข้าใจในแนวทาง Green Office และมาตรฐานอาคารเขียวต่างๆ เช่น WELL หรือ LEED 

นอกจากนี้ควรเลือกทีมงานมืออาชีพที่สามารถให้คำปรึกษาและออกแบบได้ตรงกับความต้องการขององค์กร รวมถึงมีความสามารถในการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน เพื่อให้สำนักงานมีประสิทธิภาพและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของพนักงานได้อย่างแท้จริง

ประเมินงบประมาณระยะสั้นและระยะยาว

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการออกแบบ Green Office หรือสำนักงานสีเขียว คือการประเมินงบประมาณสำหรับการออกแบบ ควรเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างวัสดุทั่วไปและวัสดุรักษ์โลกที่แม้จะมีราคาสูงกว่าในระยะสั้น แต่มีความยั่งยืนและช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงานในระยะยาว 

นอกจากนี้ควรคำนึงถึงผลตอบแทนการลงทุน (ROI) จากการประหยัดพลังงานซึ่งมักจะคืนทุนภายใน 3-5 ปี เช่น การใช้หลอดไฟ LED ระบบ HVAC ที่มีประสิทธิภาพ และวัสดุที่ลดการใช้พลังงาน ช่วยให้การลงทุนในสำนักงานสีเขียวมีความคุ้มค่าในระยะยาวและส่งเสริมความยั่งยืนขององค์กร

สรุป

Green Office คือการออกแบบและจัดการพื้นที่ทำงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อโลก และส่งเสริมสุขภาพพนักงาน โดยใช้หลัก Passive Design ในการออกแบบตกแต่งภายในสำนักงาน ใช้วัสดุรีไซเคิล เพิ่มพื้นที่สีเขียว และระบายอากาศตามธรรมชาติ องค์กรสามารถขอรับรองตามมาตรฐานสากล เช่น WELL และ LEED ซึ่งเน้นเรื่องสุขภาพผู้ใช้งานและการประหยัดพลังงานตามลำดับ 

ในการเริ่มต้นทำ Green Office ต้องมีการสำรวจพื้นที่ วางแผนกับบริษัทที่มีประสบการณ์ และประเมินงบประมาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน หากกำลังมองหาบริษัทรับออกแบบออฟฟิศ แนะนำ KOKUYO ที่มีบริการออกแบบครบวงจรที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่น ช่วยยกระดับพื้นที่ทำงานผ่านผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกความเป็นไปได้อย่างเต็มศักยภาพ 

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

การตกแต่งภายในสำนักงานให้เป็น Green Office เป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากทุกคนต่างตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนมากขึ้น แต่หลายคนอาจมีข้อสงสัยอยู่ วันนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาพร้อมกับคำตอบเพื่อช่วยให้เข้าใจมากขึ้น

เทคนิคทำให้ออฟฟิศได้รับการรับรองเป็นออฟฟิศสีเขียว ทำอย่างไร

การออกแบบและบริหารจัดการสำนักงานสีเขียว (Green Office) ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ทั้ง 7 ด้าน ที่ครอบคลุมสุขภาวะของผู้ใช้อาคารตามมาตรฐานของ WELL เช่น คุณภาพอากาศ น้ำ โภชนาการ แสงสว่าง การออกกำลังกาย สภาพแวดล้อม และสุขภาพจิต รวมถึงการมีระบบประเมินและตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืนในที่ทำงาน

WELL และ LEED แตกต่างกันอย่างไร

WELL จะเป็นการประเมินที่เน้นด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้งาน เช่น อากาศ น้ำ แสงสว่าง และความสบายทางจิตใจ ส่วน LEED เป็นการรับรองที่เน้นด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เช่น การใช้พลังงาน น้ำ วัสดุ และการจัดการขยะ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Green Office มีอะไรบ้าง

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและ Green Office ได้แก่
– พระราชกฤษฎีกา กำหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538
– พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550
– กฎกระทรวง กำหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2563
– พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550)
– พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
– พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
– พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

Interested in our product

Leave us your details and our dedicated sales will get back to you as soon as possible

This website uses cookies in order to improve the efficiency of your accessing and using of our website. For more information, please review our Privacy Policy or you can manage your own privacy by clicking on Setting

Privacy Preferences

You can choose your cookies settings by switched on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for strictly necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save