Key Takeaway
- สัญญาเดียวเบ็ดเสร็จ: Design and Build คือระบบที่รวมการออกแบบและก่อสร้างไว้ในสัญญาก่อสร้างเดียวกับผู้รับเหมารายเดียว ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารโครงการ
- ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่: เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็ว ไม่มีเวลาบริหารจัดการแยกส่วน และต้องการลดขั้นตอนการประสานงาน
- เปรียบเทียบความคุ้มค่า: ระบบรวมทีมช่วยลดความขัดแย้งและประหยัดเวลาได้ดีกว่าระบบแยกทีม (Design-Bid-Build) ที่ต้องใช้เวลานานและมักมีความเสี่ยงเรื่องความขัดแย้งของทีมงานที่ทำ
- ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า: ควบคุมงบประมาณได้แม่นยำ งานเสร็จไว และได้คุณภาพสูงจากการทำงานร่วมกันของทีมเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ
ปัญหาคลาสสิกที่หลายธุรกิจต้องเจอเมื่อคิดจะตกแต่งสำนักงานหรือ Renovate ออฟฟิศใหม่ คือเรื่องงบบานปลาย ผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือเจอกับปัญหา “แบบสวยแต่สร้างไม่ได้จริง” จนทำให้โครงการล่าช้าและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ บทความนี้ Kokuyo จะพาไปเจาะลึกอินไซต์ของระบบ Design and Build ว่าการรวมทีมออกแบบและก่อสร้างไว้ด้วยกัน จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ พร้อมทั้งประหยัดเวลาและประหยัดงบประมาณได้อย่างไรบ้าง

Design and Build คืออะไร? ทำไมถึงเป็น มาตรฐานใหม่ ของการทำออฟฟิศ
Design and Build คืออะไร?
Design and Build (ดีไซน์-บิลด์) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อบริการแบบ Turnkey คือรูปแบบการส่งมอบงานโครงการที่รวมทั้งงานออกแบบและการก่อสร้างไว้ภายใต้สัญญาเดียว โดยมีผู้รับเหมารายเดียวรับผิดชอบทั้งหมด ถือเป็นบริการแบบ One-stop service ที่เข้ามาช่วยลดความซับซ้อน ร่นระยะเวลา และลดความเสี่ยงให้กับเจ้าของโครงการได้อย่างตรงจุด
Design and Build เหมาะกับใคร
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ลงทุนที่ต้องการความรวดเร็ว ไม่มีเวลามานั่งประสานงานเอง และต้องการลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ เพียงแค่ใช้ระบบนี้ ก็สามารถมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลจัดการแทนได้ทั้งหมด ช่วยให้มีเวลาโฟกัสกับธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่


เปรียบเทียบ Design and Build กับระบบแบบแยกทีม
การเลือกระบบบริหารโครงการมีผลโดยตรงต่อระยะเวลาและเงินในกระเป๋า มาดูกันว่าระหว่างการใช้ระบบ Design and Build กับการจ้างแบบแยกทีม จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างไร
Design and Build (แบบรวมทีม)
คือการรวมทีมออกแบบและก่อสร้างไว้ด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับคือ “ความรวดเร็วและความสบายใจ” เพราะการทำงานเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต้องรอทีละขั้นตอน ลดความเสี่ยงที่ทีมงานจะโทษกันไปมาเมื่อเกิดปัญหา เหมาะสำหรับโครงการที่ต้องการให้เสร็จทันเวลา มีงบประมาณที่ชัดเจน และต้องการลดภาระความวุ่นวาย
Design-Bid-Build (แบบแยกทีม)
คือการแยกจ้างสถาปนิกออกแบบก่อน แล้วค่อยนำแบบไปประมูลหาผู้รับเหมา ผลลัพธ์ที่ได้คือ “การควบคุมรายละเอียดแบบแยกส่วนและการแข่งขันด้านราคา” แต่ต้องแลกมากับระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานขึ้น ความซับซ้อนในการประสานงาน และความเสี่ยงหากแบบที่วาดไว้ไม่สอดคล้องกับหน้างานจริง เหมาะกับโครงการที่มีเวลาเหลือเฟือและมีทีมงานคอยควบคุมงานอย่างใกล้ชิด

4 ข้อดีของระบบ Design and Build ที่ดีกว่าจ้างแยกทีม
Design and Build ดีกว่าจ้างแยกทีมอย่างไร?
การเลือกใช้ระบบ Design and Build มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับการจ้างแยกทีมออกแบบและก่อสร้าง เนื่องจากช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการ แล้วยังมีข้อได้เปรียบด้านไหนอีก? ไปดูกัน
1. ลดความขัดแย้งระหว่างผู้ออกแบบและผู้ก่อสร้าง
การรวมทีมออกแบบและก่อสร้างไว้ในสัญญาเดียวกันเป็นวิธีที่ชาญฉลาด เพราะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งและความไม่เข้าใจระหว่างผู้ออกแบบและผู้ก่อสร้างได้มาก เนื่องจากเป็นทีมเดียวกันที่รับผิดชอบทั้งสองส่วน ทำให้การสื่อสารไหลลื่นและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ต้องคอยประสานงานทั้งสองทีมเพื่อแก้ปัญหาให้เสียเวลา
2. ควบคุมงบประมาณได้แม่นยำกว่า
ทีมงาน Design and Build ทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้สามารถวางแผนและปรับเปลี่ยนงานได้ตามงบประมาณที่มี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่งบประมาณจะบานปลาย และทำให้เจ้าของโครงการมั่นใจในค่าใช้จ่ายที่โปร่งใสและควบคุมได้ เพราะหากทำแยกกันเป็นระบบสองทีม แต่ละทีมก็สนใจทำงานแต่ในส่วนของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้มาใส่ใจเรื่องการคุมงบ จึงเสี่ยงทำให้งบบานปลายไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ได้
3. ประหยัดเวลา
ระบบ Design and Build ช่วยให้โครงการเดินหน้าได้เร็วกว่าที่เคย หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการที่ทีมออกแบบและทีมก่อสร้างทำงานร่วมกันไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องรอให้ออกแบบเสร็จสมบูรณ์เหมือนระบบแบบแยกทีม ทำให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าโครงการจะแล้วเสร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
4. ใช้ทีมเดียวทำตั้งแต่ต้นจนจบ
มั่นใจในคุณภาพด้วยมาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ การใช้บริการ One-stop service ทำให้มีผู้รับผิดชอบหลักเพียงรายเดียว ควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่กระบวนการคิดไปจนถึงการก่อสร้างจริง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบการบริหารโครงการของ Kokuyo ยังควบคุมงานทุกขั้นตอนด้วยมาตรฐานญี่ปุ่น (QC ญี่ปุ่น) เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานที่ส่งมอบจะสวยงาม แข็งแรง และได้มาตรฐานระดับสากลคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่ต้องการ
Checklist คุณเหมาะกับระบบ Design & Build หรือไม่?
ลองเช็กความต้องการเบื้องต้นดูว่า โครงการของคุณเหมาะกับการใช้ระบบนี้หรือไม่
[ ] ต้องการความรวดเร็ว อยากให้ออฟฟิศเสร็จไว พร้อมใช้งานตามกำหนด
[ ] ต้องการทราบงบประมาณก่อสร้างที่แน่นอนและป้องกันปัญหางบบานปลาย
[ ] ไม่มีเวลามานั่งประสานงานหรือเป็นคนกลางระหว่าง สถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา
[ ] ต้องการลดความเสี่ยงเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือทำงานไม่ตรงปก
[ ] ชอบความสะดวกสบาย แบบคุยกับผู้รับผิดชอบเพียงรายเดียวจบ (Single Point of Contact)
หากติ๊กถูกมากกว่า 3 ข้อ บริการ Design & Build คือคำตอบที่ใช่และคุ้มค่าที่สุดสำหรับการทำออฟฟิศใหม่
ขั้นตอนการทำงาน (Workflow) ของบริการ Design & Build
1. การปรึกษาและสำรวจพื้นที่ (Initial Consultation) พูดคุยเพื่อทำความเข้าใจความต้องการ ฟังก์ชันการใช้งาน งบประมาณ และทิศทางแบรนด์ของคุณ พร้อมลงพื้นที่จริงเพื่อประเมินหน้างานอย่างละเอียด
2. การพัฒนาแบบ (Design Development) แปลงไอเดียเป็นภาพจริงผ่านแผนผัง (Layout Plan) และภาพจำลอง 3D พร้อมนำเสนอวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และสรุปงบประมาณโครงการทั้งหมดให้ชัดเจน
3. การเตรียมความพร้อม (Pre-construction Planning) ดำเนินการสั่งซื้อวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ล่วงหน้า วางตารางเวลาการก่อสร้าง (Timeline) และจัดการขออนุญาตเข้าพื้นที่อาคารให้เรียบร้อย
4. การก่อสร้างและติดตั้ง (Construction and Implementation) เริ่มงานก่อสร้าง ติดตั้งงานระบบ (MEP, AV, IT) และจัดวางเฟอร์นิเจอร์ โดยมีทีมงานควบคุมคุณภาพและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด5. ตรวจรับและส่งมอบ (Final Inspection and Handover) ตรวจสอบความสมบูรณ์ของงานร่วมกับลูกค้า ส่งมอบพื้นที่พร้อมเอกสารรับประกัน คู่มือการใช้งาน และมีบริการดูแลบำรุงรักษาหลังการขายอย่างต่อเนื่อง
Author
KOKUYO Thailand
ผู้นำด้านนวัตกรรมเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและการออกแบบพื้นที่ทำงาน (Workspace Design) จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน



