รวมไอเดียรูปแบบการจัดห้องประชุม จัดสไตล์ไหนให้ตอบโจทย์ทุกงาน

รวมไอเดียรูปแบบการจัดห้องประชุม จัดสไตล์ไหนให้ตอบโจทย์ทุกงาน

Facebook
Twitter

Key Takeaway

  • รูปแบบการจัดห้องประชุมที่เหมาะกับการประชุมที่ต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะเป็นรูปแบบโต๊ะวงกลมปิด รูปแบบเก้าอี้วงกลม และรูปแบบโต๊ะวงกลมเปิด
  • รูปแบบการจัดห้องประชุมที่เหมาะกับการประชุมขนาดใหญ่จะเป็นรูปแบบ Classroom และรูปแบบ Theater เพราะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมการประชุมได้เป็นจำนวนมาก
  • เทคนิคเลือกรูปแบบห้องประชุมให้ตอบโจทย์การใช้งาน ควรพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุม ลักษณะและวัตถุประสงค์การประชุม เตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุมให้ครบถ้วน และวางแผนการจัดที่นั่งอย่างมีประสิทธิภาพ


รูปแบบการจัดห้องประชุม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ราชการ หรือธุรกิจหลากหลายประเภท การเลือกจัดห้องประชุมให้เหมาะสมวัตถุประสงค์แต่ละงาน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประชุม แต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดีและสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย บทความนี้ได้รวบรวมไอเดียรูปแบบการจัดห้องประชุมสวยๆ ที่สามารถใช้งานได้จริงและเหมาะสมกับการใช้งาน

รูปแบบการจัดห้องประชุมมีกี่แบบ อะไรบ้าง?

รูปแบบการจัดห้องประชุมมีกี่แบบ อะไรบ้าง?

การจัดห้องประชุมต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุม วัตถุประสงค์การประชุม รวมถึงขนาดของพื้นที่ หากเลือกรูปแบบการจัดห้องประชุมที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประชุมให้ราบรื่นและเป็นมืออาชีพได้

ห้องประชุมแบบ U Shape

1. ห้องประชุมแบบ U Shape 

การจัดโต๊ะประชุมในรูปแบบ U Shape หรือรูปตัวยู เป็นหนึ่งในรูปแบบยอดนิยมสำหรับการประชุมที่เน้นการสื่อสารและมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมทุกคน โดยลักษณะการจัดจะเว้นพื้นที่ว่างตรงกลางเพื่อให้วิทยากรหรือผู้นำเสนอสามารถยืนพูดและโต้ตอบกับผู้เข้าร่วมได้อย่างใกล้ชิด ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นหน้ากันได้ทั่วถึง ทำให้เอื้อต่อการสื่อสารแบบสองทาง ระดมความคิดเห็น และการนำเสนองานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับการประชุมกลุ่มขนาดกลางประมาณ 15 – 30 คน หรือการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ต้องการพื้นที่สำหรับกิจกรรมร่วมกัน

ข้อดีของห้องประชุมแบบ U Shape

  • ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถมองเห็นด้านหน้าของห้องได้ชัดเจน ไม่มีสิ่งบังสายตา
  • ช่วยให้วิทยากรหรือผู้นำเสนอสามารถเดินเข้าไปหาผู้เข้าร่วมได้ง่าย สร้างปฏิสัมพันธ์ได้ดี
  • กระตุ้นให้เกิดการสนทนาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมและผู้นำเสนอ
  • พื้นที่ว่างตรงกลางช่วยให้จัดกิจกรรมหรือสาธิตได้สะดวก
  • รูปแบบสามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การจัดเก้าอี้ซ้อนเป็น 2 แถวในกรณีที่จำนวนผู้เข้าร่วมมากขึ้น

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ U Shape

  • หากมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ห้องประชุมที่มีขนาดใหญ่ตามไปด้วย
  • หากจัดเก้าอี้ซ้อนมากเกินไป อาจทำให้ผู้เข้าร่วมแถวหลังไม่สามารถมองเห็นหรือมีส่วนร่วมได้เต็มที่
  • อาจใช้พื้นที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับบางรูปแบบอื่น เพราะต้องเว้นพื้นที่ตรงกลาง
  • ไม่เหมาะกับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมเกิน 200 คน เพราะวงโต๊ะจะกว้างเกินไป ทำให้วิทยากรควบคุมและสื่อสารได้ยาก
ห้องประชุมแบบ Classroom

2. ห้องประชุมแบบ Classroom

การจัดห้องประชุมในรูปแบบห้องเรียน (Classroom) เป็นลักษณะที่หลายคนคุ้นเคย โดยจัดโต๊ะและเก้าอี้เป็นแถวเรียงกัน หันหน้าไปทางวิทยากรหรือผู้นำเสนอ เหมาะสำหรับการประชุมหรือการอบรมที่ผู้เข้าร่วมต้องจดบันทึก ใช้งานคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ระหว่างการฟังบรรยาย ลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีพื้นที่ส่วนตัวในการทำงาน ขณะเดียวกันก็สามารถมองเห็นการนำเสนอได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะกับการฝึกอบรมเชิงลึก การสัมมนา หรือการประชุมที่เน้นการให้ข้อมูลและความเข้าใจในเนื้อหา

ข้อดีของห้องประชุมแบบ Classroom

  • ผู้เข้าร่วมประชุมมีพื้นที่ส่วนตัว สามารถจดบันทึกและใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก
  • รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้ดี โดยเฉพาะในห้องขนาดใหญ่
  • โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้การจัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น ปากกา กระดาษ น้ำดื่ม ทำได้ง่าย
  • มีจุดโฟกัสสายตาที่ชัดเจนไปยังวิทยากรหรือจอภาพด้านหน้า ช่วยเพิ่มสมาธิในการรับฟัง

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Classroom

  • ใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องวางแผนจำนวนผู้เข้าร่วมและขนาดห้องให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด
  • ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม ไม่เหมาะกับกิจกรรมกลุ่มหรือระดมความคิด
  • ไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการการเคลื่อนไหวหรือการทำงานร่วมกันแบบกลุ่มย่อย
ห้องประชุมแบบ Theater

3. ห้องประชุมแบบ Theater

รูปแบบการจัดห้องประชุมแบบเธียร์เตอร์ (Theater) เป็นการเรียงเก้าอี้เป็นแถวต่อเนื่อง หันหน้าไปทางจอเวทีหรือจอแสดงผล โดยไม่มีโต๊ะวางด้านหน้า เหมาะสำหรับการจัดสัมมนา การบรรยาย หรือการประชุมขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และเน้นให้ผู้ฟังโฟกัสไปที่วิทยากรหรือสื่อที่นำเสนอ 

จุดเด่นของรูปแบบนี้คือสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ควรจัดให้มีทางเดินระหว่างแถวอย่างเพียงพอ เพื่อความสะดวกในการเข้าออก และควรเว้นระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างแถวหน้าและเวทีเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนทุกตำแหน่ง

ข้อดีของห้องประชุมแบบ Theater

  • จัดง่ายและประหยัดพื้นที่ เพราะใช้เพียงเก้าอี้ ไม่มีโต๊ะ ทำให้รองรับผู้เข้าร่วมได้จำนวนมาก
  • เหมาะกับการประชุมหรือกิจกรรมที่มีผู้พูดเพียงคนเดียวและผู้เข้าร่วมเน้นการฟัง เช่น งานบรรยาย สัมมนา หรือการแสดง
  • มีจุดโฟกัสสายตาชัดเจนไปที่วิทยากรหรือเวทีด้านหน้า ทำให้ผู้เข้าร่วมมีสมาธิในการรับฟัง
  • ใช้พื้นที่ห้องได้เต็มประสิทธิภาพ รองรับจำนวนคนได้มากโดยไม่รู้สึกอึดอัด หากจัดวางให้เหมาะสม

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Theater

  • ไม่มีโต๊ะวางของ ทำให้ไม่สะดวกสำหรับผู้เข้าร่วมที่ต้องจดบันทึกหรือใช้คอมพิวเตอร์
  • หากจัดเก้าอี้แน่นเกินไป อาจทำให้รู้สึกอึดอัดและเคลื่อนไหวไม่สะดวก
  • ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมการประชุม
  • หากผู้เข้าร่วมมีสัมภาระ อาจทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวกและรู้สึกอึดอัด
ห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมเปิด (Cabaret)

4. ห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมเปิด (Cabaret)

รูปแบบการจัดห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมเปิดหรือ Cabaret เป็นการจัดโต๊ะกลมกระจายทั่วห้อง โดยแต่ละโต๊ะรองรับผู้เข้าร่วมประมาณ 4 – 6 คน และเว้นที่ว่างด้านหนึ่งของโต๊ะไว้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถหันหน้าไปยังเวทีหรือจอแสดงผลได้สะดวก รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีทั้งการบรรยายและการทำงานเป็นกลุ่ม ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วม การสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของห้องประชุมแบบ Cabaret

  • ด้วยรูปแบบการจัดวาง ทำให้เกิดการพูดคุยและการสนทนาในกลุ่มย่อยได้สะดวก
  • ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นเวทีหรือจอแสดงผลได้ชัดเจน เนื่องจากเว้นที่นั่งด้านหนึ่งไว้เปิดโล่งให้หันหน้าไปทางเวที
  • เหมาะสำหรับการประชุมที่ต้องการทั้งการบรรยายและการทำงานกลุ่มย่อย ที่ต้องการการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น การทำ Workshop 
  • ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะรูปแบบการนั่งที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
  • สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากได้ โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามโต๊ะ

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Cabaret

  • ใช้พื้นที่มากกว่าการจัดแบบ Theater หรือ Classroom เพราะต้องเว้นช่องว่างระหว่างโต๊ะและพื้นที่เปิดด้านหน้าโต๊ะเพื่อให้ผู้เข้าร่วมหันหน้าไปทางเวทีได้
  • อาจไม่เหมาะกับการประชุมที่ต้องการความเงียบและสมาธิสูง
  • อาจทำให้บางคนต้องนั่งหันหลังหรือด้านข้างกับผู้เข้าร่วมบางคนในโต๊ะเดียวกัน ซึ่งลดความสะดวกในการสื่อสารลง
  • หากจำนวนผู้เข้าร่วมมากเกินไป อาจต้องใช้ห้องขนาดใหญ่และการจัดการที่ดีเพื่อไม่ให้รู้สึกแออัดหรือวุ่นวาย
ห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมปิด (Banquet)

5. ห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมปิด (Banquet)

การจัดห้องประชุมแบบโต๊ะกลมวงปิดเป็นลักษณะการจัดโต๊ะกลมขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้ล้อมรอบ โดยแต่ละโต๊ะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ประมาณ 8 – 10 คน รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการประชุมที่เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การระดมความคิด และการทำงานร่วมกันในกลุ่มย่อย ช่วยส่งเสริมบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม เหมาะสำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนาแบบกลุ่ม และกิจกรรมที่ต้องการการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง

ข้อดีของห้องประชุมแบบ Banquet

  • ส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม
  • เหมาะสำหรับการประชุมกลุ่มย่อยที่ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด หรือกิจกรรมที่มีการรับประทานอาหารร่วมกัน เช่น งานเลี้ยง หรืองานสัมมนาที่มีอาหาร
  • จำนวนที่นั่งต่อโต๊ะช่วยให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกสบายและมีส่วนร่วมได้เต็มที่
  • บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับงานที่ต้องการความสนิทสนมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Banquet

  • ใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก เพราะต้องเว้นระยะระหว่างโต๊ะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเดินผ่านและเคลื่อนไหวได้สะดวก
  • ด้วยรูปแบบการจัดโต๊ะ อาจทำให้ผู้เข้าร่วมบางคนต้องนั่งหันหลังหรือหันข้างให้เวทีหรือผู้พูดหลักในการประชุม ทำให้ติดตามเนื้อหาในการประชุมลำบาก
  • ต้องระบุที่นั่งให้ชัดเจน หากมีผู้เข้าร่วมไม่มาตามนัดหมาย อาจทำให้โต๊ะนั้นว่างและเสียพื้นที่
  • ไม่เหมาะกับการประชุมที่ต้องการเน้นการบรรยายหรือการจดบันทึก
ห้องประชุมแบบบอร์ดรูม (Boardroom)

6. ห้องประชุมแบบบอร์ดรูม (Boardroom)

รูปแบบการจัดห้องประชุมแบบบอร์ดรูมเป็นรูปแบบที่เน้นความเป็นทางการ เหมาะกับการประชุมคณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือการประชุมที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน โดยจัดโต๊ะขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือรูปวงรี พร้อมเก้าอี้ล้อมรอบโต๊ะทั้งหมด 

โดยรูปแบบบอร์ดรูมช่วยส่งเสริมการสนทนาแบบตรงไปตรงมา และเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มขนาดเล็กถึงกลาง เหมาะสำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมไม่เกิน 20 คน ทั้งนี้ ควรให้ความสำคัญกับตำแหน่งของประธานที่ประชุม และติดตั้งอุปกรณ์นำเสนอในตำแหน่งที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

ข้อดีของห้องประชุมแบบ Boardroom

  • ทุกคนสามารถมองเห็นกันได้ ช่วยเพิ่มการสื่อสารและความเข้าใจระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม
  • เหมาะกับการประชุมที่ต้องการการระดมความคิด ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างใกล้ชิด
  • สร้างบรรยากาศที่เป็นทางการและมืออาชีพ 
  • เหมาะกับการประชุมที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมทุกคน

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Boardroom

  • ไม่เหมาะกับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะโต๊ะขนาดใหญ่จำกัดจำนวนคนและอาจทำให้รู้สึกอึดอัด
  • ต้องใช้พื้นที่ห้องที่เหมาะสมและมีขนาดพอสมควร เพื่อให้จัดโต๊ะและเก้าอี้ได้ไม่แออัดเกินไป
  • บรรยากาศอาจดูตึงเครียดได้หากห้องไม่มีแสงสว่างเพียงพอ 
ห้องประชุมแบบเก้าอี้วงกลม (Circle)

7. ห้องประชุมแบบเก้าอี้วงกลม (Circle)

การจัดห้องประชุมแบบวงกลมเป็นรูปแบบที่เน้นการมีส่วนร่วม โดยจัดเก้าอี้ล้อมเป็นวงกลมโดยไม่มีโต๊ะกั้นกลาง ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นกันและสื่อสารกันได้อย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับการประชุมที่ต้องการบรรยากาศที่เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างอิสระ รวมถึงกิจกรรมกลุ่มที่เน้นความร่วมมือ การสร้างความไว้วางใจ หรือการประชุมในเชิงจิตวิทยา เช่น วงสนทนา การให้คำปรึกษา และการประชุมกลุ่มย่อยที่เน้นการเปิดใจและการรับฟัง

ข้อดีของห้องประชุมแบบ Circle

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของผู้เข้าร่วมประชุม
  • ไม่มีโต๊ะกีดขวาง ทำให้บรรยากาศไม่เป็นทางการมาก
  • ผู้ดำเนินการหรือประธานสามารถอยู่ตรงกลางวงกลมหรือในพื้นที่ว่างตรงกลาง ทำให้เข้าถึงผู้เข้าร่วมได้ง่ายและสื่อสารได้สะดวก
  • เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการความเท่าเทียมกันระหว่างผู้เข้าร่วม ไม่มีผู้นำประชุมที่โดดเด่นชัดเจน
  • ช่วยสร้างความใกล้ชิดและความเป็นกันเองระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม

ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Circle

  • ไม่เหมาะกับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะวงกลมจะกว้างเกินไปและทำให้ผู้เข้าร่วมที่อยู่ไกลรู้สึกห่างเหิน
  • ไม่มีโต๊ะรองรับสำหรับการจดบันทึกหรือวางอุปกรณ์ ทำให้ไม่สะดวกสำหรับการประชุมที่ต้องใช้เอกสารหรือคอมพิวเตอร์
  • บางคนที่นั่งด้านหลังอาจมองเห็นผู้พูดหรือผู้ดำเนินการประชุมไม่ชัดเจน
  • ไม่เหมาะสำหรับการประชุมที่เน้นการบรรยายหรือนำเสนอข้อมูลจำนวนมาก เพราะไม่มีจุดรวมสายตาที่ชัดเจน
เทคนิคเลือกรูปแบบการจัดห้องประชุมให้ตอบโจทย์ทุกงาน

เทคนิคเลือกรูปแบบการจัดห้องประชุมให้ตอบโจทย์ทุกงาน

  • พิจารณาจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม เลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับจำนวนคน เช่น รูปแบบ Theater เหมาะกับจำนวนมาก แบบ Boardroom เหมาะกับกลุ่มเล็กถึงกลาง
  • วิเคราะห์ลักษณะกิจกรรมและวัตถุประสงค์การประชุม เช่น หากเน้นการบรรยายและฟังอย่างเดียว ควรเลือกแบบ Theater หรือ Classroom
  • คำนึงถึงการสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ หากต้องการให้ผู้เข้าร่วมสื่อสารกันง่ายและมีปฏิสัมพันธ์สูง ควรเลือกแบบ Banquet หรือ U-Shape ที่ช่วยให้เห็นหน้ากันและกระตุ้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
  • ประเมินพื้นที่และขนาดห้องประชุม เพื่อให้สามารถจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ได้อย่างเหมาะสม ไม่แออัดหรือมีพื้นที่ว่างมากเกินไป 
  • เตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โปรเจกเตอร์ ไวไฟ ระบบเสียง และแสงสว่างที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนรูปแบบการจัดห้องและกิจกรรมที่ต้องการ
  • พิจารณางบประมาณและสถานที่จัดงาน โดยเลือกห้องประชุมที่ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกและเหมาะสมกับงบประมาณ
  • วางแผนการจัดที่นั่งอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดโต๊ะซ้อนในรูปแบบ U Shape หรือการเว้นระยะระหว่างโต๊ะใน Banquet เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมและความสะดวกในการเคลื่อนไหว
  • เช็กความเหมาะสมของบรรยากาศ เช่น การประชุมทางการควรใช้ Boardroom หรือ U-Shape ส่วนกิจกรรมที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลายและเปิดกว้าง อาจเลือก Banquet หรือแบบ Circle

สรุป

รูปแบบการจัดห้องประชุมควรเลือกตามวัตถุประสงค์และจำนวนผู้เข้าร่วม เช่น U Shape ที่เหมาะกับการสื่อสารและอบรมกลุ่มขนาดกลาง Classroom ที่เหมาะกับการบรรยายหรืออบรมเชิงลึก Theater ที่รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมากและเน้นการฟัง Cabaret ที่เหมาะกับกิจกรรมกลุ่มย่อยแบบ Workshop และ Banquet ที่เน้นบรรยากาศกันเองและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่ม ดังนั้น การเลือกใช้รูปแบบห้องประชุมควรคำนึงพื้นที่ ความสะดวก และลักษณะกิจกรรมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการประชุม

หากกำลังต้องการปรับเปลี่ยนห้องทำงานหรือห้องประชุมให้เสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น แนะนำบริการออกแบบออฟฟิศกับ KOKUYO ออกแบบพื้นที่ทำงาน พร้อมเฟอร์นิเจอร์สำนักงานให้เลือกแบบครบวงจร เน้นความสวยงาม แต่ยังใช้งานได้จริง ด้วยมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น และทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบออฟฟิศ ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม ทุกความเป็นไปได้ ด้วยบริการแบบครบวงจร

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

หลายคนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดห้องประชุม ควรเลือกรูปแบบไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการและความเหมาะสมที่สุด วันนี้ KOKUYO ได้รวบรวมคำถามและคำตอบมาฝากกัน!

การจัดห้องประชุมราชการควรเป็นแบบไหน?

การจัดห้องประชุมราชการควรจัดให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วมและลักษณะการประชุม โดยต้องมีความสะอาด อากาศถ่ายเทดี มีแสงสว่างเพียงพอ และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์พร้อมใช้งาน เช่น ไมโครโฟน เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ และโต๊ะเก้าอี้ที่เหมาะสม เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและบรรยากาศเหมาะสมกับการประชุม นอกจากนี้ ควรจัดรูปแบบที่นั่งให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น แบบ Classroom สำหรับการอบรม หรือแบบ U-Shape เพื่อความใกล้ชิดและการมีส่วนร่วม

รูปแบบการจัดประชุมแบบไหนที่เหมาะสำหรับประชุมคณะกรรมการ?

หากมีการประชุมคณะกรรมการที่ต้องการความเป็นทางการ ที่ต้องมีการตัดสินใจร่วมกัน ควรจัดห้องประชุมเป็นแบบบอร์ดรูม ที่เน้นให้มีการสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา เหมาะแก่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเป็นส่วนตัว

อุปกรณ์ที่ต้องมีในห้องประชุม ควรมีอะไรบ้าง?

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการประชุมควรมีโปรเจกเตอร์ กระดานไวต์บอร์ด เลเซอร์พอยเตอร์ โต๊ะประชุม เก้าอี้ประชุม ลำโพง ระบบเสียง และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

Interested in our product

Leave us your details and our dedicated sales will get back to you as soon as possible

This website uses cookies in order to improve the efficiency of your accessing and using of our website. For more information, please review our Privacy Policy or you can manage your own privacy by clicking on Setting

Privacy Preferences

You can choose your cookies settings by switched on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for strictly necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save