Key Takeaway
- รูปแบบการจัดห้องประชุมที่เหมาะกับการประชุมที่ต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะเป็นรูปแบบโต๊ะวงกลมปิด รูปแบบเก้าอี้วงกลม และรูปแบบโต๊ะวงกลมเปิด
- รูปแบบการจัดห้องประชุมที่เหมาะกับการประชุมขนาดใหญ่จะเป็นรูปแบบ Classroom และรูปแบบ Theater เพราะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมการประชุมได้เป็นจำนวนมาก
- เทคนิคเลือกรูปแบบห้องประชุมให้ตอบโจทย์การใช้งาน ควรพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุม ลักษณะและวัตถุประสงค์การประชุม เตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุมให้ครบถ้วน และวางแผนการจัดที่นั่งอย่างมีประสิทธิภาพ
รูปแบบการจัดห้องประชุม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ราชการ หรือธุรกิจหลากหลายประเภท การเลือกจัดห้องประชุมให้เหมาะสมวัตถุประสงค์แต่ละงาน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประชุม แต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดีและสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย บทความนี้ได้รวบรวมไอเดียรูปแบบการจัดห้องประชุมสวยๆ ที่สามารถใช้งานได้จริงและเหมาะสมกับการใช้งาน

รูปแบบการจัดห้องประชุมมีกี่แบบ อะไรบ้าง?
การจัดห้องประชุมต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุม วัตถุประสงค์การประชุม รวมถึงขนาดของพื้นที่ หากเลือกรูปแบบการจัดห้องประชุมที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประชุมให้ราบรื่นและเป็นมืออาชีพได้

1. ห้องประชุมแบบ U Shape
การจัดโต๊ะประชุมในรูปแบบ U Shape หรือรูปตัวยู เป็นหนึ่งในรูปแบบยอดนิยมสำหรับการประชุมที่เน้นการสื่อสารและมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมทุกคน โดยลักษณะการจัดจะเว้นพื้นที่ว่างตรงกลางเพื่อให้วิทยากรหรือผู้นำเสนอสามารถยืนพูดและโต้ตอบกับผู้เข้าร่วมได้อย่างใกล้ชิด ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นหน้ากันได้ทั่วถึง ทำให้เอื้อต่อการสื่อสารแบบสองทาง ระดมความคิดเห็น และการนำเสนองานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับการประชุมกลุ่มขนาดกลางประมาณ 15 – 30 คน หรือการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ต้องการพื้นที่สำหรับกิจกรรมร่วมกัน
ข้อดีของห้องประชุมแบบ U Shape
- ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถมองเห็นด้านหน้าของห้องได้ชัดเจน ไม่มีสิ่งบังสายตา
- ช่วยให้วิทยากรหรือผู้นำเสนอสามารถเดินเข้าไปหาผู้เข้าร่วมได้ง่าย สร้างปฏิสัมพันธ์ได้ดี
- กระตุ้นให้เกิดการสนทนาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมและผู้นำเสนอ
- พื้นที่ว่างตรงกลางช่วยให้จัดกิจกรรมหรือสาธิตได้สะดวก
- รูปแบบสามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การจัดเก้าอี้ซ้อนเป็น 2 แถวในกรณีที่จำนวนผู้เข้าร่วมมากขึ้น
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ U Shape
- หากมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ห้องประชุมที่มีขนาดใหญ่ตามไปด้วย
- หากจัดเก้าอี้ซ้อนมากเกินไป อาจทำให้ผู้เข้าร่วมแถวหลังไม่สามารถมองเห็นหรือมีส่วนร่วมได้เต็มที่
- อาจใช้พื้นที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับบางรูปแบบอื่น เพราะต้องเว้นพื้นที่ตรงกลาง
- ไม่เหมาะกับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมเกิน 200 คน เพราะวงโต๊ะจะกว้างเกินไป ทำให้วิทยากรควบคุมและสื่อสารได้ยาก

2. ห้องประชุมแบบ Classroom
การจัดห้องประชุมในรูปแบบห้องเรียน (Classroom) เป็นลักษณะที่หลายคนคุ้นเคย โดยจัดโต๊ะและเก้าอี้เป็นแถวเรียงกัน หันหน้าไปทางวิทยากรหรือผู้นำเสนอ เหมาะสำหรับการประชุมหรือการอบรมที่ผู้เข้าร่วมต้องจดบันทึก ใช้งานคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ระหว่างการฟังบรรยาย ลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีพื้นที่ส่วนตัวในการทำงาน ขณะเดียวกันก็สามารถมองเห็นการนำเสนอได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะกับการฝึกอบรมเชิงลึก การสัมมนา หรือการประชุมที่เน้นการให้ข้อมูลและความเข้าใจในเนื้อหา
ข้อดีของห้องประชุมแบบ Classroom
- ผู้เข้าร่วมประชุมมีพื้นที่ส่วนตัว สามารถจดบันทึกและใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก
- รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้ดี โดยเฉพาะในห้องขนาดใหญ่
- โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้การจัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น ปากกา กระดาษ น้ำดื่ม ทำได้ง่าย
- มีจุดโฟกัสสายตาที่ชัดเจนไปยังวิทยากรหรือจอภาพด้านหน้า ช่วยเพิ่มสมาธิในการรับฟัง
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Classroom
- ใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องวางแผนจำนวนผู้เข้าร่วมและขนาดห้องให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด
- ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม ไม่เหมาะกับกิจกรรมกลุ่มหรือระดมความคิด
- ไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการการเคลื่อนไหวหรือการทำงานร่วมกันแบบกลุ่มย่อย

3. ห้องประชุมแบบ Theater
รูปแบบการจัดห้องประชุมแบบเธียร์เตอร์ (Theater) เป็นการเรียงเก้าอี้เป็นแถวต่อเนื่อง หันหน้าไปทางจอเวทีหรือจอแสดงผล โดยไม่มีโต๊ะวางด้านหน้า เหมาะสำหรับการจัดสัมมนา การบรรยาย หรือการประชุมขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และเน้นให้ผู้ฟังโฟกัสไปที่วิทยากรหรือสื่อที่นำเสนอ
จุดเด่นของรูปแบบนี้คือสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ควรจัดให้มีทางเดินระหว่างแถวอย่างเพียงพอ เพื่อความสะดวกในการเข้าออก และควรเว้นระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างแถวหน้าและเวทีเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนทุกตำแหน่ง
ข้อดีของห้องประชุมแบบ Theater
- จัดง่ายและประหยัดพื้นที่ เพราะใช้เพียงเก้าอี้ ไม่มีโต๊ะ ทำให้รองรับผู้เข้าร่วมได้จำนวนมาก
- เหมาะกับการประชุมหรือกิจกรรมที่มีผู้พูดเพียงคนเดียวและผู้เข้าร่วมเน้นการฟัง เช่น งานบรรยาย สัมมนา หรือการแสดง
- มีจุดโฟกัสสายตาชัดเจนไปที่วิทยากรหรือเวทีด้านหน้า ทำให้ผู้เข้าร่วมมีสมาธิในการรับฟัง
- ใช้พื้นที่ห้องได้เต็มประสิทธิภาพ รองรับจำนวนคนได้มากโดยไม่รู้สึกอึดอัด หากจัดวางให้เหมาะสม
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Theater
- ไม่มีโต๊ะวางของ ทำให้ไม่สะดวกสำหรับผู้เข้าร่วมที่ต้องจดบันทึกหรือใช้คอมพิวเตอร์
- หากจัดเก้าอี้แน่นเกินไป อาจทำให้รู้สึกอึดอัดและเคลื่อนไหวไม่สะดวก
- ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมการประชุม
- หากผู้เข้าร่วมมีสัมภาระ อาจทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวกและรู้สึกอึดอัด

4. ห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมเปิด (Cabaret)
รูปแบบการจัดห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมเปิดหรือ Cabaret เป็นการจัดโต๊ะกลมกระจายทั่วห้อง โดยแต่ละโต๊ะรองรับผู้เข้าร่วมประมาณ 4 – 6 คน และเว้นที่ว่างด้านหนึ่งของโต๊ะไว้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถหันหน้าไปยังเวทีหรือจอแสดงผลได้สะดวก รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีทั้งการบรรยายและการทำงานเป็นกลุ่ม ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วม การสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อดีของห้องประชุมแบบ Cabaret
- ด้วยรูปแบบการจัดวาง ทำให้เกิดการพูดคุยและการสนทนาในกลุ่มย่อยได้สะดวก
- ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นเวทีหรือจอแสดงผลได้ชัดเจน เนื่องจากเว้นที่นั่งด้านหนึ่งไว้เปิดโล่งให้หันหน้าไปทางเวที
- เหมาะสำหรับการประชุมที่ต้องการทั้งการบรรยายและการทำงานกลุ่มย่อย ที่ต้องการการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น การทำ Workshop
- ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะรูปแบบการนั่งที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
- สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากได้ โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามโต๊ะ
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Cabaret
- ใช้พื้นที่มากกว่าการจัดแบบ Theater หรือ Classroom เพราะต้องเว้นช่องว่างระหว่างโต๊ะและพื้นที่เปิดด้านหน้าโต๊ะเพื่อให้ผู้เข้าร่วมหันหน้าไปทางเวทีได้
- อาจไม่เหมาะกับการประชุมที่ต้องการความเงียบและสมาธิสูง
- อาจทำให้บางคนต้องนั่งหันหลังหรือด้านข้างกับผู้เข้าร่วมบางคนในโต๊ะเดียวกัน ซึ่งลดความสะดวกในการสื่อสารลง
- หากจำนวนผู้เข้าร่วมมากเกินไป อาจต้องใช้ห้องขนาดใหญ่และการจัดการที่ดีเพื่อไม่ให้รู้สึกแออัดหรือวุ่นวาย

5. ห้องประชุมแบบโต๊ะวงกลมปิด (Banquet)
การจัดห้องประชุมแบบโต๊ะกลมวงปิดเป็นลักษณะการจัดโต๊ะกลมขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้ล้อมรอบ โดยแต่ละโต๊ะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ประมาณ 8 – 10 คน รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการประชุมที่เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การระดมความคิด และการทำงานร่วมกันในกลุ่มย่อย ช่วยส่งเสริมบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม เหมาะสำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนาแบบกลุ่ม และกิจกรรมที่ต้องการการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
ข้อดีของห้องประชุมแบบ Banquet
- ส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม
- เหมาะสำหรับการประชุมกลุ่มย่อยที่ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด หรือกิจกรรมที่มีการรับประทานอาหารร่วมกัน เช่น งานเลี้ยง หรืองานสัมมนาที่มีอาหาร
- จำนวนที่นั่งต่อโต๊ะช่วยให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกสบายและมีส่วนร่วมได้เต็มที่
- บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับงานที่ต้องการความสนิทสนมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Banquet
- ใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก เพราะต้องเว้นระยะระหว่างโต๊ะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเดินผ่านและเคลื่อนไหวได้สะดวก
- ด้วยรูปแบบการจัดโต๊ะ อาจทำให้ผู้เข้าร่วมบางคนต้องนั่งหันหลังหรือหันข้างให้เวทีหรือผู้พูดหลักในการประชุม ทำให้ติดตามเนื้อหาในการประชุมลำบาก
- ต้องระบุที่นั่งให้ชัดเจน หากมีผู้เข้าร่วมไม่มาตามนัดหมาย อาจทำให้โต๊ะนั้นว่างและเสียพื้นที่
- ไม่เหมาะกับการประชุมที่ต้องการเน้นการบรรยายหรือการจดบันทึก

6. ห้องประชุมแบบบอร์ดรูม (Boardroom)
รูปแบบการจัดห้องประชุมแบบบอร์ดรูมเป็นรูปแบบที่เน้นความเป็นทางการ เหมาะกับการประชุมคณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือการประชุมที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน โดยจัดโต๊ะขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือรูปวงรี พร้อมเก้าอี้ล้อมรอบโต๊ะทั้งหมด
โดยรูปแบบบอร์ดรูมช่วยส่งเสริมการสนทนาแบบตรงไปตรงมา และเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มขนาดเล็กถึงกลาง เหมาะสำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมไม่เกิน 20 คน ทั้งนี้ ควรให้ความสำคัญกับตำแหน่งของประธานที่ประชุม และติดตั้งอุปกรณ์นำเสนอในตำแหน่งที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ข้อดีของห้องประชุมแบบ Boardroom
- ทุกคนสามารถมองเห็นกันได้ ช่วยเพิ่มการสื่อสารและความเข้าใจระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม
- เหมาะกับการประชุมที่ต้องการการระดมความคิด ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างใกล้ชิด
- สร้างบรรยากาศที่เป็นทางการและมืออาชีพ
- เหมาะกับการประชุมที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมทุกคน
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Boardroom
- ไม่เหมาะกับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะโต๊ะขนาดใหญ่จำกัดจำนวนคนและอาจทำให้รู้สึกอึดอัด
- ต้องใช้พื้นที่ห้องที่เหมาะสมและมีขนาดพอสมควร เพื่อให้จัดโต๊ะและเก้าอี้ได้ไม่แออัดเกินไป
- บรรยากาศอาจดูตึงเครียดได้หากห้องไม่มีแสงสว่างเพียงพอ

7. ห้องประชุมแบบเก้าอี้วงกลม (Circle)
การจัดห้องประชุมแบบวงกลมเป็นรูปแบบที่เน้นการมีส่วนร่วม โดยจัดเก้าอี้ล้อมเป็นวงกลมโดยไม่มีโต๊ะกั้นกลาง ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นกันและสื่อสารกันได้อย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับการประชุมที่ต้องการบรรยากาศที่เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างอิสระ รวมถึงกิจกรรมกลุ่มที่เน้นความร่วมมือ การสร้างความไว้วางใจ หรือการประชุมในเชิงจิตวิทยา เช่น วงสนทนา การให้คำปรึกษา และการประชุมกลุ่มย่อยที่เน้นการเปิดใจและการรับฟัง
ข้อดีของห้องประชุมแบบ Circle
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของผู้เข้าร่วมประชุม
- ไม่มีโต๊ะกีดขวาง ทำให้บรรยากาศไม่เป็นทางการมาก
- ผู้ดำเนินการหรือประธานสามารถอยู่ตรงกลางวงกลมหรือในพื้นที่ว่างตรงกลาง ทำให้เข้าถึงผู้เข้าร่วมได้ง่ายและสื่อสารได้สะดวก
- เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการความเท่าเทียมกันระหว่างผู้เข้าร่วม ไม่มีผู้นำประชุมที่โดดเด่นชัดเจน
- ช่วยสร้างความใกล้ชิดและความเป็นกันเองระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม
ข้อจำกัดของห้องประชุมแบบ Circle
- ไม่เหมาะกับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะวงกลมจะกว้างเกินไปและทำให้ผู้เข้าร่วมที่อยู่ไกลรู้สึกห่างเหิน
- ไม่มีโต๊ะรองรับสำหรับการจดบันทึกหรือวางอุปกรณ์ ทำให้ไม่สะดวกสำหรับการประชุมที่ต้องใช้เอกสารหรือคอมพิวเตอร์
- บางคนที่นั่งด้านหลังอาจมองเห็นผู้พูดหรือผู้ดำเนินการประชุมไม่ชัดเจน
- ไม่เหมาะสำหรับการประชุมที่เน้นการบรรยายหรือนำเสนอข้อมูลจำนวนมาก เพราะไม่มีจุดรวมสายตาที่ชัดเจน

เทคนิคเลือกรูปแบบการจัดห้องประชุมให้ตอบโจทย์ทุกงาน
- พิจารณาจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม เลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับจำนวนคน เช่น รูปแบบ Theater เหมาะกับจำนวนมาก แบบ Boardroom เหมาะกับกลุ่มเล็กถึงกลาง
- วิเคราะห์ลักษณะกิจกรรมและวัตถุประสงค์การประชุม เช่น หากเน้นการบรรยายและฟังอย่างเดียว ควรเลือกแบบ Theater หรือ Classroom
- คำนึงถึงการสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ หากต้องการให้ผู้เข้าร่วมสื่อสารกันง่ายและมีปฏิสัมพันธ์สูง ควรเลือกแบบ Banquet หรือ U-Shape ที่ช่วยให้เห็นหน้ากันและกระตุ้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- ประเมินพื้นที่และขนาดห้องประชุม เพื่อให้สามารถจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ได้อย่างเหมาะสม ไม่แออัดหรือมีพื้นที่ว่างมากเกินไป
- เตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โปรเจกเตอร์ ไวไฟ ระบบเสียง และแสงสว่างที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนรูปแบบการจัดห้องและกิจกรรมที่ต้องการ
- พิจารณางบประมาณและสถานที่จัดงาน โดยเลือกห้องประชุมที่ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกและเหมาะสมกับงบประมาณ
- วางแผนการจัดที่นั่งอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดโต๊ะซ้อนในรูปแบบ U Shape หรือการเว้นระยะระหว่างโต๊ะใน Banquet เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมและความสะดวกในการเคลื่อนไหว
- เช็กความเหมาะสมของบรรยากาศ เช่น การประชุมทางการควรใช้ Boardroom หรือ U-Shape ส่วนกิจกรรมที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลายและเปิดกว้าง อาจเลือก Banquet หรือแบบ Circle
สรุป
รูปแบบการจัดห้องประชุมควรเลือกตามวัตถุประสงค์และจำนวนผู้เข้าร่วม เช่น U Shape ที่เหมาะกับการสื่อสารและอบรมกลุ่มขนาดกลาง Classroom ที่เหมาะกับการบรรยายหรืออบรมเชิงลึก Theater ที่รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมากและเน้นการฟัง Cabaret ที่เหมาะกับกิจกรรมกลุ่มย่อยแบบ Workshop และ Banquet ที่เน้นบรรยากาศกันเองและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่ม ดังนั้น การเลือกใช้รูปแบบห้องประชุมควรคำนึงพื้นที่ ความสะดวก และลักษณะกิจกรรมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการประชุม
หากกำลังต้องการปรับเปลี่ยนห้องทำงานหรือห้องประชุมให้เสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น แนะนำบริการออกแบบออฟฟิศกับ KOKUYO ออกแบบพื้นที่ทำงาน พร้อมเฟอร์นิเจอร์สำนักงานให้เลือกแบบครบวงจร เน้นความสวยงาม แต่ยังใช้งานได้จริง ด้วยมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น และทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบออฟฟิศ ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม ทุกความเป็นไปได้ ด้วยบริการแบบครบวงจร
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
หลายคนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดห้องประชุม ควรเลือกรูปแบบไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการและความเหมาะสมที่สุด วันนี้ KOKUYO ได้รวบรวมคำถามและคำตอบมาฝากกัน!
การจัดห้องประชุมราชการควรเป็นแบบไหน?
การจัดห้องประชุมราชการควรจัดให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วมและลักษณะการประชุม โดยต้องมีความสะอาด อากาศถ่ายเทดี มีแสงสว่างเพียงพอ และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์พร้อมใช้งาน เช่น ไมโครโฟน เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ และโต๊ะเก้าอี้ที่เหมาะสม เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและบรรยากาศเหมาะสมกับการประชุม นอกจากนี้ ควรจัดรูปแบบที่นั่งให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น แบบ Classroom สำหรับการอบรม หรือแบบ U-Shape เพื่อความใกล้ชิดและการมีส่วนร่วม
รูปแบบการจัดประชุมแบบไหนที่เหมาะสำหรับประชุมคณะกรรมการ?
หากมีการประชุมคณะกรรมการที่ต้องการความเป็นทางการ ที่ต้องมีการตัดสินใจร่วมกัน ควรจัดห้องประชุมเป็นแบบบอร์ดรูม ที่เน้นให้มีการสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา เหมาะแก่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเป็นส่วนตัว
อุปกรณ์ที่ต้องมีในห้องประชุม ควรมีอะไรบ้าง?
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการประชุมควรมีโปรเจกเตอร์ กระดานไวต์บอร์ด เลเซอร์พอยเตอร์ โต๊ะประชุม เก้าอี้ประชุม ลำโพง ระบบเสียง และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง



